“รุ่งโรจน์”เกินต้านทาน​พ่ายแชมป์เก่าซิวทองแดงลูกเด้งพาราลิมปิก

“รุ่ง” รุ่งโรจน์ ไทยนิยม ตบลูกเด้งความหวังไทย สู้เต็มที่แต่ต้าน​ไม่ไหวพ่าย “แชมป์เก่า” ปีเตอร์ โรเซนไมเออร์ มือ 2 ของโลกจากเดนมาร์ก 1-3 เกม ในรอบรองชนะเลิศ เทเบิลเทนนิส ประเภทชายเดี่ยว คลาส 6 คว้าเหรียญทองแดงเพิ่มอีก 1 เหรียญให้ทัพพาราลิมปิกไทย

การแข่งขันเทเบิลเทนนิส ใน “พาราลิมปิก โตเกียว 2020” ที่โตเกียว เมโทรโพลิแทน ยิมเนเซียม เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 64 ประเภทชายเดี่ยว คลาส 6 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักตบลูกเด้งความหวังทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทอง พาราลิมปิกเกมส์ 2012 และ เหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ 2016 ลงสนามดวล ปีเตอร์ โรเซนไมเออร์ นักตบลูกเด้งมือวาง 2 ของ โลก ดีกรีเหรียญ แชมป์เก่ารายการนี้จากเดนมาร์ก

เกมการแข่งขันคู่นี้เป็นไปอย่างสนุกสูสี โดยเกมแรก รุ่งโรจน์ พยายามออกมาเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ แชมป์เก่า ทันที แต่ทว่ายังขาดความแน่นอนผิดพลาดเองหลายช็อต จนทำให้พ่ายไปได้ก่อน 8-11จากนั้นเกมสอง รุ่งโรจน์ ยังเล่นไม่ออก ทำให้ โรเซนไมเออร์ เล่นอย่างมั่นใจตบเอาชนะไปได้อีก 11-7 พร้อมขึ้นแท่นนำ 2-0 เกม

เกมสาม รุ่งโรจน์ ที่หลังพิงฝาแพ้อีกไม่ได้ ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเปิดเกมรุกด้วยลูกเสิรฟ์ แต่ยังขาดความแน่นอนทำให้โดน โรเซนไมเออร์ ตบออกนำไปก่อน 4-2 แต่ รุ่งโรจน์ ไม่ยอมง่ายๆไล่ทำแต้มมาเสมอกัน 10-10 ต้องดิวซ์ ก่อนที่ท้ายเกม รุ่งโรจน์ ที่มั่นใจมากขึ้นตบเบียดเอาชนะไปได้บ้าง 13-11 ไล่มาเป็น 1-2 เกม

มาเกมสี่ รุ่งโรจน์ พยายามที่จะออกมาใช้ลูกเสิร์ฟที่เป็นทีเด็ดเพื่อหมายทำแต้ม แต่ทว่า โรเซนไมเออร์ ยังเล่นได้เหนียวแน่น พร้อมตบทำแต้มหนีห่างไปถึง 10-3 แต่ รุ่งโรจน์ ยังไม่ยอมง่ายๆ พยายามฮึดสู้ แต่สุดท้ายต้านไม่ไหวแพ้ไป 5-11 ส่งผลให้จบเกม “รุ่งโรจน์ ไทยนิยม” แพ้ ปีเตอร์ โรเซนไมเออร์ จากเดนมาร์ก ไป 1-3 เกม (8-11, 7-11, 13-11, 5-11) ทำให้ชวดเข้าชิงชนะเลิศ ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ “รุ่งโรจน์” ก็สามารถคว้าเหรียญทองแดง เพิ่มให้กับทัพนักกีฬาพาราไทยได้สำเร็จ และเป็นเหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ สองสมัยติดต่อกัน

หลังเกม รุ่งโรจน์ กล่าวว่า เกมนี้ผมเองเล่นตามเกมของคู่แข่งมากเกินไป แต่ในเกมที่สาม “โค้ช” ก็แก้เกมให้ตนพยายามบุกมากขึ้นทำให้ได้เกมจากคู่แข่งมาหนึ่งเกม หลังจากโดนนำไปก่อน 2-0 แต่ในเกมที่สี่ตนยอมรับว่าตนตีเสียเองมากเกินไป ทำให้ต้องพ่ายแพ้ และได้เหรียญทองแดงเป็น 2 สมัยติดต่อกัน

“สายสุนีย์”งานหนักปะทะมือ1โลกรอบแรกวีลแชร์ฟันดาบ

“แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย เจอศึกหนักปะทะ นักกีฬาจากจอร์เจียที่เป็นมืออันดับ 1 ของโลกในประเภทดาบเซเบอร์ ขณะที่”โค้ชมุก” ทัศนีพรรณ สิวราวุฒิ รับเป็นงานหนักแต่ยันไม่ประมาทเชื่อ ความเก๋าจะผ่านรอบแรกได้แน่นอน

 

ความเคลื่อนไหวของ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ ตัวแทนหนึ่งเดียวของนักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย วัย 47 ปี ที่เข้าร่วมพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ โดยเจ้าตัวเป็นมืออันดับ 1 ของโลกคลาส บี ประเภทดาบเอเป้ และมืออันดับ 3 ของโลกประเภทดาบเซเบอร์ ดีกรีเหรียญทองประเภทดาบเอเป้ บุคคลหญิง พาราลิมปิกเกมส์ 2 สมัย ในปี 2004 และ 2012 ซึ่งการแข่งขันปีนี้มีผู้เข้าร่วม 12 คนจะทำการแข่งขันวันเดียวจบ

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมาได้มีการจับสลากแบ่งสายแข่งขันรอบแรกของประเภทดาบเซเบอร์ บุคคลหญิง คลาส บี ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยรอบแรกจะแบ่งการชิงชัยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แข่งแบบพบกันหมดในกลุ่มเพื่อนำผลงานของทุกคนมาจัดอันดับรวม 1-12 คนอีกครั้ง ก่อนจะทำการไขว้เพื่อแข่งแบบน็อกเอาท์ต่อไป ทั้งนี้ สายสุนีย์ ถูกจับอยู่ในกลุ่ม 1 ร่วมกับ เทอร์รี ฮาเยส (อเมริกา), เสี่ยว หรง (จีน), เออร์มา เคทซูเรียนี (จอร์เจีย), ซิลวี เทาเบอร์ (เยอรมัน) และ รอสซานา พาโซอิโน (อิตาลี)

“โค้ชมุก” ทัศนีพรรณ สิวราวุฒิ ผู้ฝึกสอนวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ผลการจับสลากที่ออกมาถือว่า สายสุนีย์ อยู่ในสายที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากมีนักกีฬาจากจอร์เจียที่เป็นมืออันดับ 1 ของโลกในประเภทดาบเซเบอร์ และนักกีฬาจากอิตาลีที่กำลังถูกจับตามองว่ามาแรง รวมทั้งนักดาบจากจีนก็ประมาทไม่ได้ ดูแล้วแข็งกว่าอีกสาย อย่างไรก็ดีตนยังมั่นใจในฝีมือและความเก๋าของ สายสุนีย์ อยู่ว่าน่าจะผ่านได้หมด และวางแผนกันไว้ว่าในแมตช์ที่ต้องพบกับมืออ่อนกว่าก็จะต้องเต็มที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระบบกติกานั้นจะเอาคะแนนได้-เสียทุกแมตช์ของนักกีฬาทั้ง 12 คนมารวมกันเมื่อแข่งเสร็จภายในกลุ่มแล้วจัดอันดับรอบต่อไป ดังนั้น สายสุนีย์ ต้องเน้นทุกนัดเท่าที่จะทำได้

    ทั้งนี้ สายสุนีย์ จ๊ะนะ จะออกสตาร์ตแมตช์แรกในกลุ่ม 1 พบ เทอร์รี ฮาเยส (อเมริกา), แมตช์ 2 พบ เสี่ยว หรง (จีน), แมตช์ 3 พบ เออร์มา เคทซูเรียนี (จอร์เจีย), แมตช์ 4 พบ ซิลวี เทาเบอร์ (เยอรมัน) และ แมตช์ 5 พบ รอสซานา พาโซอิโน (อิตาลี) โดยจะเริ่มแมตช์แรกเวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ก่อนจะไปสิ้นสุดรอบชิงชนะเลิศเวลา 17.00 น.

“อัลบอน” สุดยอดซิวแชมป์แรกในดีทีเอ็มที่เยอรมนี

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักขับชาวไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมควบรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 GT3 ผงาดคว้าชัยชนะครั้งแรกในศึกดีทีเอ็ม 2021 สนาม 4 เรซที่ 2 ที่ นูร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี หลังทั้งห่างคู่แข่งอย่างราบคาบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักขับชาวไทย สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมควบรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 GT3 ผงาดคว้าชัยชนะครั้งแรกในศึกดีทีเอ็ม 2021 สนาม 4 เรซที่ 2  ที่ นูร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี หลังทั้งห่างคู่แข่งอย่างราบคาบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

การแข่งขันรถยนต์ชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี หรือ  “Deutsche Tourenwagen Masters” สนามที่ 4 เรซที่ 2  ที่สนามนูร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.64 ที่ผ่านมา

ในเรซแรกเมื่อวานนี้ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์  พารถคู่ใจคันใหม่ เฟอร์รารี่ 488 พร้อมหมายเลข 23 ในนามทีม “อัลฟ่าทาวรี่ เอเอฟ คอร์ส” (AlphaTauri AF Corse) ทำได้ไม่ค่อยดีในการควอลิฟาย ทำเวลาดีที่สุดได้เพียง 1:26.504 นาที ต้องออกสตาร์ทจากกริดที่ 9  ฉ๖เป็นที่น่าเสียดายที่ “อเล็กซ์” ไม่สามารถจบการแข่งขันในเรซนี้ได้ ทำให้ไม่สามารถคว้าคะแนนเพิ่ม และเป็นผลให้อันดับคะแนนรวม มี 54 คะแนนเท่าเดิม ตกลงไปอยู่อันดับที่ 7 ของตารางคะแนน

วันนี้เป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 กริดสตาร์ทในเรซนี้มี อเล็กซ์ อัลบอน นักขับไทยจาก เรดบูลล์ เรซซิ่ง ประจำการในตำแหน่งโพลเป็นครั้งแรกของฤดูกาล ก่อนจะออกตัวยอดเยี่ยมและทะยานขึ้นนำได้ใน 8 รอบแรก ขณะที่เซฟตี้คาร์ออกมาทำงาน

หลังรีสตาร์ทในรอบที่ 17 อัลบอน ทะยานจากอันดับ 9 ขึ้นมารั้งอันดับ 4 เพียงรอบแรกหลังเริ่มเกมใหม่ จากนั้นขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในรอบถัดมา และเบียดแซง นิโก มูลเลอร์ ขั้นมารั้งอันดับ 2 ได้ในรอบที่ 22 ในรอบที่ 25 อัลบอน มีเรซเพซที่แข็งแกร่งขยับขึ้นนำได้อีกครั้ง หลังแซงผ่าน คริสเตียน ไคลน์ นักขับออสเตรียนจาก เจพี มอเตอร์สปอร์ต ในโค้งแรก

จบการแข่งขัน 1 ชั่วโมง บวก 3 รอบ อัลบอน ควบรถแข่งหมายเลข 23 เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าชัยชนะครั้งแรกในศึกดีทีเอ็ม เอาชนะ แดเนียล จุนคาเดลล่า นักขับสแปนิชจาก เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทีม กรู๊ปเอ็ม เรซซิ่ง ถึง 4.634 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ มาร์โก วิตต์มันน์ นักขับเยอรมันจาก วอล์คเคนเฮิร์สต์ มอเตอร์สปอร์ต ตามหลัง 7.994 วินาที

มติเอกฉันท์ให้วีลีกตัดจบซีซั่นนี้ ทีมซิโก้รั้งฝูงแต่ต้องลุ้นผลประชุมอีกรอบ

สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนามประกาศยุติการแข่งขันฟุตบอลวีลีก ฤดูกาล2021 รวมถึงดิวิชั่น 1 อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมการแข่งซีซั่นต่อไป หลังไวรัสโควิด-19 ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมยาก ส่วนสรุปทีมคว้าแชมป์ ต่างรอมติสรุปอีกครั้งในสัปดาห์ต่อไป ซึ่ง ณ ตอนนี้ที่ตัดจบที่ทีมนำเป็นจ่าฝูงอยู่คือ ฮอง อันห์ ยาลาย ของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือชาวไทย

มีรายงานจากสื่อเวียดนามว่า หลังคณะกรรมการบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม (VFF) มีประชุมออนไลน์กับสโมสรสมาชิกในช่วงบ่ายของวันที่ 21 ส.ค. 64  และได้มีมติตกลงที่จะตัดจบการแข่งขันระดับอาชีพในปี 2021 ทั้งวีลีก และดิวิชั่น 1  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2022 ให้ดียิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันเพื่อที่จะมีส่วนช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ด้วย

ก่อนหน้านี้ทางฟุตบอลวีกลีก เวียดนาม ได้แข่งขันเลกแรกไปแล้วในเลกแรก 12 นัดเหลือเพียงนัดเดียวจะจบเลกแรก แต่การแข่งขันได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีกำหนดจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้า ซึ่งสถานการล่าสุดนั้น ทีมนำจ่าฝูงอยู่ได้แก่ ฮอง อันห์ ยาลาย ของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ ด้วยผลงาน 12 นัด มี 29 คะแนน นำ เวียตเทล อันดับ 2 ของตารางอยู่ 3 คะแนน

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในการประชุมยังไม่มีรายงานสรุปกรณีทีมคว้าแชมป์, ทีมที่จะได้สิทธิ์โควต้าเอเชีย และทีมที่ต้องตกชั้น ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อสรุปกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

อุทัยธานีต่อสัญญาตะวันก่อนปล่อยร่วมทีมชาญณรงค์ลุยลีก 4 สเปน

สโมสร “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” อุทัยธานี เอฟซี จับ “ตะวัน” ณัฐกิตติ์ บุตรสิงห์ ต่อสัญญาอย่างเป็นทางการเพิ่ม 1 ปี พร้อมปล่อยยืมตัวให้ อูนิโอน อดาร์เบ้ ทีมระดับดิวิชั่น 4 สเปน ใช้งาน

 

หลังจากที่ “ตะวัน” ณัฐกิตติ์ บุตรสิงห์  ได้เดินทางไปร่วมซ้อมกับบาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน -16 สิงหาคมและทำผลงานได้ดีกับทีมยู-19ในทัวร์นาเมนต์ เซลาย่า ที่ประเทศเม็กซิโก ด้วยการยิง 3 ประตู จาก 3 นัดที่มีโอกาสลงเล่น ก่อนจะถูก เกตาเฟ ส่งหนังสือเชิญไปร่วมฝึกซ้อมที่สเปนกับทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9-23 สิงหาคมนี้

ล่าสุดสโมสรอุทัยธานี เอฟซี ประกาศขยายสัญญา “ตะวัน” ณัฐกิตติ์ บุตรสิงห์ เพิ่มอีก 1 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    นอกจากนี้  “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” ยังไฟเขียวให้ “ตะวัน” เดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ค้าแข้งร่วมกับ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ดาวรุ่งจาก ชลบุรี เอฟซี ที่อูนิโอน อดาร์เบ้ ระยะเวลา 1 ปี ด้วย

นายกส.กีฬาคนตาบอดมอบกำลังใจให้นักกีฬาก่อนสู้ศึกพาราลิมปิก

    สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ร่วมใจเชียร์! นักกีฬาคนตาบอดทีมชาติไทย คว้าเหรียญในพาราลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น

นายอำนวย กลิ่นอยู่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดเเห่งประเทศไทย เเละผู้บริหารสมาคมฯ เดินทางมามอบขวัญกำลังใจ พร้อมนำเจ้าหน้าที่มาช่วยประสานงานด้านเอกสารต่างๆ ให้กับทัพนักกีฬากรีฑาและนักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย ที่นำโดยหัวหน้าผู้ฝึกสอน  นักกีฬากรีฑา เจนจิรา ปัญญาทิพย์  สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์ ปัจจัย ศรีคำพันธ์ (ไกด์รันเนอร์) เเละ นักกีฬายูโด เมทินี วงษ์ชมภู ทั้งคณะออกเดินทางจากประเทศไทยเพื่อสู้ศึก พาราลิมปิกเกมส์ 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน Japan Airlines เที่ยวบินที่ JL034 เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากที่คณะนักกีฬากรีฑาและนักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นต้องผ่านการตรวจและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามมาตรการโควิดที่ทางเจ้าภาพกำหนดไว้อีกกว่า 3 ชั่วโมง รวมใช้เวลาเดินทางจากประเทศกว่า 10 ชั่วโมงจึงจะถึงหมู่บ้านนักกีฬา

ทั้งนี้ทัพนักกีฬากรีฑาคนตาบอด สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์ จะลงเเข่งในประเภท วิ่ง 400 ม. ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2564 เเละ วิ่ง 200 ม. วันที่ 2-3 กันยายน 2564  เจนจิรา ปัญญาทิพย์ จะลงเเข่งในประเภท กระโดดไกลในวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น.

ขณะที่ทีมยูโดส่ง เมทินี วงษ์ชมภู ชิงชัยในรุ่นไม่เกิน 52 กิโลกรัมวันที่ 27 สิงหาคม 2564 นี้

เมย์เสียใจแม่ไม่ได้เห็นเหรียญที่ฝัน หลังจากไปเพราะเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือ 1 ของไทย ต้องพบกับเรื่องช็อกและเศร้าเสียใจมากที่สุดในชีวิตแบบกะทันหันที่ต้องสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับไปเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 19 ส.ค.ในช่วงระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล

 เบื้องต้นทาง “เมย์” รัชนก ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กคุณแม่ว่า “สวัสดีค่ะ นี่เมย์เองนะคะ วันนี้เมื่อ 6 ปี ที่แล้ว แม่เข้มแข็งมาโดยตลอด แม่เป็นห่วงคนรอบข้างมาเสมอ เมย์ขอโทษที่ทำให้แม่เห็นเหรียญที่แม่ใฝ่ฝันยังไม่ได้ เมย์ขอขอบคุณทุกคนนะคะที่เป็นกำลังใจมาให้พวกเรา โพสนี้จะเป็นโพสสุดท้ายของเฟสคุณแม่เมย์นะคะ ขอบคุณความหวังดีของญาติพี่น้องที่ทำให้แม่เมย์มีแต่รอยยิ้มและความสุขมาโดยเสมอค่ะ” ส่วนรายละเอียดต้องรอทางครอบครัวชี้แจ้งให้ทราบต่อไป

ก่อนที่ทาง “แม่ปุก” กมลา ทองกร ผู้อำนวยการร.ร.แบดมินตันบ้านทองหยอดจะให้รายละเอียดกับข่าวเศร้าในครั้งนี้ว่า “หลังจากที่ เมย์ เสร็จสิ้นภารกิจในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ประเทศญี่ปุ่น ก็กลับไทยเข้ามากักตัวตามมาตรการของภาครัฐจนครบกำหนดในวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้มีโอกาสที่ได้รับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวที่มีคุณพ่อ วินัสชัย คุณแม่คำผัน น้องชายแมนยู ในเย็นวันนั้น จากนั้นทาง คุณพ่อ วินัสชัย ได้รู้ข่าวว่าเพื่อนที่ตนเองได้พบนั้นติดเชื้อโควด19 จึงรีบไปทำการตรวจก่อนที่จะทราบข่าวว่าตนเองนั้นติดเชื้อโควิดและได้รีบเข้าทำการรักษาตัวที่ hospitel ทันทีตั้งแต่วันนั้น ส่วนทาง คุณแม่คำผัน เมย์ และน้องชายถือเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงต้องทำการกักตัวทันทีที่บ้านและทำการตรวจเชื้อแต่ก็ไม่มีใครติดเชื้อ

“ก่อนหน้านั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ทาง คุณแม่คำผัน ได้เคยบ่นบ่อยๆว่ามีอาการเหมือนไม่ค่อยสบายตัว หนาวๆร้อนๆ เหมือนกับจะเป็นวัยทองหรือเปล่าไม่รู้ ทางแม่ปุก ก็เลยให้ไปทำการตรวจร่างกายพร้อมทั้งตรวจเชื้อโควิดไปด้วยเลย ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่มีอะไร ปอดก็ปกติดี ที่สำคัญ ร.ร.แบดมินตันบ้านทองหยอด ก็ถือว่าเป็นแบบับเบิ้ลจะไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาอยู่แล้วเพราะยังคงมี วิว กุลวุฒิ กับ จิว พิทยาภรณ์ ที่ฝึกซ้อมสำหรับไปร่วมทีมชาติแข่งขันสุธีระมานคัพ กับ โธมัส-อูเบอร์คัพ รวมถึงจะมีการครวจแบบ ATK อยู่เป็นประจำเพราะเราก็ต้องการความปลอดภัยที่สูงที่สุด และตามกำหนดในวันนี้ คุณแม่คำผัน ก็มีนัดที่จะต้องไปทำการตรวจอีกครั้งที่โรงพยาบาล อซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คุณแม่คำผัน ก็ไม่ได้มาที่ร.ร.แบดมินตันบ้านทองหยอด แต่ก็พักอยู่ที่บ้าน ซึ่งติดกับ ร.ร. แบดมินตันบ้านทองหยอดนี่เอง ก็ได้มีการโทรคุยกันตลอด

จนเมื่อเช้าวันนี้ คุณพ่อ วินัสชัย ได้โทรมาหาแม่ปุก พร้อมบอกให้ช่วยไปดูแม่คำผัน ที่บ้านให้หน่อยเพราะจากที่ได้โทรคุยกันตอนเช้า ตนค่อนข้างมั่นใจว่าแม่คำผัน อาการไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา แม่คำผัน ไม่เคยเจ็บป่วยเลย จึงรีบประสานให้รถพยาบาลมารับตัวแต่ก็ต้องพบกับข่าวเศร้าระหว่างแม่คำผัน เสียชีวิตนำตัวส่งโรงพยาบาล”

ล่าสุดทาง “โค้ชเป้” ภัททพล เงินศรีสุข ที่ไปอยู่ที่โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม กับ เมย์ และน้องชาย ตั้งแต่ช่วงเช้าก็ได้เปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ แม่คำผัน เนื่องจาก “เส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน” ไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด

‘ปลื้มจิตร์ ถินขาว’ บอลเร็วในตำนาน 7 เซียนลูกยางสาวไทย

หนึ่งในสมาชิกทีมกีฬาขวัญใจมหาชน ‘วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย’ ชุดประวัติศาสตร์ ‘ปลื้มจิตร์ ถินขาว’ ซุป’ตาร์ลูกยางสาวฝีมือดี ที่รับใช้ชาตินาน 2 ทศวรรษ

 

“หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว เติบโตมากับการเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งแบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล ตะกร้อ เคยเป็นนักกีฬาปิงปองของโรงเรียนในขณะที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มาแล้วด้วย แต่คุณพ่อวันชัยแนะนำให้เปลี่ยนไปเล่นวอลเลย์บอล เธอจึงซ้อมอันเดอร์บอลอยู่ 2 วัน แล้วไปคัดตัว และติดทีมโรงเรียน ซึ่งหลายคนอาจมองว่านี่คือพรจากสวรรค์ แต่ตลอดหนึ่งปีแรกของการเป็นนักวอลเลย์โรงเรียน เธอแทบไม่มีโอกาสได้ลงสนามแข่งขันจริง เลยตัดสินใจออกจากทีม แต่ก็ถูกเรียกตัวให้กลับไปร่วมทีมอีกครั้งตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ขณะที่อยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย หน่องก็ได้เข้าแคมป์เยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในตำแหน่งบอลโค้ง (Wing Spiker/Opposite Spiker) หลังจากนั้น 1 ปี เธอก็ติดทีมชาติชุดใหญ่ ในปีพ.ศ. 2544 สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริง 6 คนแรก ได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ในตำแหน่งบอลเร็ว (Middle Blocker) ตามคำแนะนำของโค้ชอ๊อด (เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร) เฮดโค้ชทีมชาติไทยในเวลานั้น ที่ให้เธอลองฝึกตำแหน่งบอลเร็ว เพราะเหมาะสมกับสรีระของเธอ

8 ปีแรกในการติดทีมชาติของปลื้มจิตร์ ไม่ได้สวยงาม เธอต้องใช้ความพยายามสูงมาก ด้วยในระยะเริ่มต้นทีมยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะได้ชัยชนะมาครอง เธอต้องเจอคำว่าแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็เริ่มชนะมากขึ้น จนกระทั่งได้แชมป์เอเชีย 2 สมัย ในปีพ.ศ. 2552 และ 2556 จากที่เป็นน้องเล็กสุดในชุดทีมชาติใหญ่ ก็กลายเป็นกัปตันทีมชาติไทยในที่สุด

“หน่อง” โชว์ศักยภาพการเล่นในตำแหน่งบอลเร็วได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะฟิตซ้อมอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่สนใจของสโมสรต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสโมสรหงเหอ และสโมสรฝูเจี้ยน เซียะเหมิน ในสาธารณรัฐประชาชนจีน สโมสรอาอูรูม ประเทศรัสเซีย สโมสรทันเหาของเวียดนาม สโมสร Konya Eregli ในตุรกี ก่อนที่จะตัดสินใจเล่นลีกอาชีพในเมืองไทย อยู่กับสโมสรสุพรีม ชลบุรี

ด้วยการเล่นบอลเร็วที่ชาญฉลาด มีจังหวะกระโดดบล็อกที่แม่นยำ รวมถึงการกระโดดเสิร์ฟ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของทีมชาติไทย พาทีมไปสร้างผลงานในระดับนานาชาติ ซึ่งใน ‘เนชั่นส์ลีก 2021’ เธอก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โดดเด่น โดยทำแต้มอยู่ในระดับ 10+- ตลอด 6 เกมที่ผ่านมา (5 มิ.ย. 64) ทั้งที่อายุใกล้ 38 ปี แถม ‘เฮลี่จ์ วอชิงตัน’ นักตบลูกยางสาวสหรัฐฯ วัย 25 ปี ยังยกให้ ‘ปลื้มจิตร์’ เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจในการเล่นวอลเลย์บอลของเธอ

ที่สำคัญ “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว ถือเป็นนักกีฬาไทยอีกคนที่มียอดติดตามในไอจีสูงติดอันดับต้นๆ ของนักกีฬาไทย ด้วยรอยยิ้มและความเฟรนด์ลี่ของเธอที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารัก จนมีแฟนคลับติดตามกันไม่น้อย

    โปรไฟล์

 ชื่อ-สกุล : ปลื้มจิตร์ ถินขาว

ชื่อเล่น : หน่อง

เกิด : 9 พฤศจิกายน 2526 (อ่างทอง)

ประเภทกีฬา : วอลเลย์บอล

 ผลงาน :

– เหรียญทอง การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 6 สมัย ตั้งแต่ครั้งที่ 21-26 (2544, 2546, 2548, 2550, 2552 และ 2554)

– พ.ศ. 2550 ตัวบล็อกยอดเยี่ยม การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2007

– พ.ศ. 2550 เสิร์ฟยอดเยี่ยม การแข่งขันวอลเลย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2007

– พ.ศ. 2551 อันดับ 3 วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพ (ไทย)

– แชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2 ครั้ง (2552 และ 2556)

– พ.ศ. 2553 อันดับ 2 วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพ (จีน)

– พ.ศ. 2555 แชมป์วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพ (คาซัคสถาน)

– พ.ศ. 2556 ตัวบล็อกยอดเยี่ยม ในการแข่งขัน 2013 FIVB Volleyball Women’s World Grand Champions Cup

– พ.ศ. 2557 เหรียญทองแดง การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 (เกาหลีใต้)

– พ.ศ. 2557 ตัวตบยอดเยี่ยม การแข่งขัน 2013–14 Azerbaijan Women’s Volleyball Super League

– พ.ศ. 2558 ผู้เล่นทรงคุณค่า และตัวบล็อกยอดเยี่ยม การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยแลนด์ลีก 2014-15

– พ.ศ. 2558 ตัวบล็อกยอดเยี่ยม การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2015

– พ.ศ. 2558 ผู้เล่นทรงคุณค่า การแข่งขันวอลเลย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2015

-พ.ศ. 2561 เหรียญเงิน การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 (อินโดนีเซีย)

‘คีริน ตันติเวทย์’ ดาวเด่นวงการกรีฑาไทย ทีมชาติคนที่ 18 ในศึกโอลิมปิก 2020

ก่อนหน้านี้ แฟนกรีฑาไทยอาจยังไม่รู้จัก นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน นาม ‘คีริน ตันติเวทย์’ แต่เชื่อว่า ณ วันนี้ คอกีฬาไทยทั้งหลายต่างรู้จักเขา เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2019 และตัวแทนประเทศไทย ลงแข่งขันวิ่งระยะ 10,000 เมตร ในโอลิมปิกเกมส์ 2020

 

‘วิ่งตามพี่ชาย’ คือจุดเริ่มต้นของคีรินในการเข้าสู่เส้นทางนักวิ่ง เขามักจะไปออกกำลังกายและซ้อมวิ่งกับ ‘ชานันต์’ พี่ชายซึ่งอยู่ในชมรมกรีฑา มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ซึ่งเคยคว้าอันดับ 2 ในรายการ Rehoboth Seashore Half Marathon 2019 ส่วนตัวเขาอยู่ชมรมกรีฑา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ปีพ.ศ. 2558 คีรินเริ่มแข่งขันวิ่งครอสคันทรี่ ที่ระยะ 5 และ 8 กิโลเมตร และเริ่มวิ่งในลู่วิ่ง ในปีต่อมา โดยเริ่มตั้งแต่ระยะ 1 ไมล์ ไปสู่ 3,000 เมตร และได้เพิ่มระยะขึ้นตามประสบการณ์ เป็น 5,000 เมตร และ 10,000 เมตร

    ในการแข่งขัน 2019 Indoor Ivy Heps Championship เรื่องราวของคีรินได้ถูกตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์และนิตยสารมากมาย จากการคว้าแชมป์ 3,000 เมตร ด้วยรองเท้าเพียงข้างเดียว เนื่องจากรองเท้าตะปูเกิดปัญหาเมื่อวิ่งไปได้ 300 เมตร เพราะถูกนักวิ่งข้างหลังเผลอเหยียบส้นรองเท้าตอนออกตัว เขาจึงตัดสินใจทิ้งรองเท้าข้างนั้นไป และวิ่งด้วยรองเท้าเพียงข้างเดียวจนจบการแข่งขัน เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 8:12.72 นาที และในวันรุ่งขึ้น ก็ไปลงแข่ง 5,000 เมตร คว้าแชมป์ด้วยเวลา 14:25.32 นาที ผลงานนี้ ทำให้คีรินได้รับเลือกให้เป็นนักกรีฑาชายประเภทลู่ที่โดดเด่นของรายการ และได้ Male Performance of the Year 2019 ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ผลงานของเขายังไม่หมดแค่นั้น ในปีพ.ศ. 2563 คีรินคือเจ้าของสถิติวิ่ง 1 ไมล์ในเวลาที่ต่ำกว่า 4 นาที! คว้าแชมป์ในการแข่งขัน BU David Hemery Valentine Invitational 2020 ด้วยเวลา 3:57.36 นาที ทำลายสถิติตัวเองและสถิติของชมรม เป็นสถิติอันดับที่ 2 ของ Ivy League และอันดับ 9 ของ NCAA (สมาคมกีฬาระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เป็นองค์กรกีฬาในระดับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ปี 2020 เป็นคนที่ 2 ของรัฐเดลาแวร์ที่ทำสำเร็จ ด้วยผลงานที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่เขากลายเป็นดาวเด่นของชมรม และได้เป็นสุดยอดสถิติตลอดกาลของชมรมกรีฑามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (All-time Crimson record and Harvard Athletics)

ในฐานะนักกรีฑาทีมชาติไทย ‘คีริน’ เข้าร่วมทัพสู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย ในรายการ 10,000 เมตร เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 แม้การรับใช้ชาติครั้งแรกของเขาจะไม่ได้เหรียญกลับมา และยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนกีฬาชาวไทย แต่ในปีถัดไป ใครๆ ต่างก็พูดถึง ‘คีริน ตันติเวทย์’ ด้วยผลงาน 2 เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ จากการแข่งขันรายการ 5,000 เมตร (14:31.15 นาที) และ 10,000 เมตร (30:19.28 นาที) ชนะเวียดนามแชมป์เก่า 3 สมัยไปแบบเหนือความคาดหมาย แต่เขาก็ไม่ได้รับเหรียญ!!! เพราะต้องรีบบินกลับอเมริกาเพื่อไปสอบ

ความฝันของลมกรดลูกครึ่งไทย-อเมริกันคนนี้ คือเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันโอลิมปิก และมหกรรมกรีฑาชิงแชมป์โลก รวมทั้งเป็นนักวิ่งชั้นแนวหน้าให้ได้ หลังจบเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด เขาก็ไล่ล่าความฝันแบบเต็มกำลัง ด้วยการตัดสินใจเข้าร่วมกับทีม Bowerman Track Club (BTC) หนึ่งในสโมสรวิ่งที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นสมาชิกคนที่ 23 และเป็นนักวิ่งที่มีเชื้อสายเอเชียคนแรกของทีม!

​ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 คีรินลงแข่งขันให้ทีม BTC ในรายการ Prickly Pear Invitational ที่แอริโซนา เข้าเส้นชัยอันดับที่ 9 ของการแข่งขัน 3,000 เมตร ด้วยเวลา 7:48.24 นาที ทำลายสถิติวิ่งระยะ 3,000 เมตร ของประเทศไทย ที่ ‘บุญถึง ศรีสังข์’ นักวิ่งรุ่นพี่ทีมชาติไทย เคยทำเวลาไว้ที่ 8:17.89 นาที เมื่อปีพ.ศ. 2550 พอปลายเดือน คีรินก็ไปลงแข่งขันในรายการ The Ten ที่แคลิฟอร์เนีย เขาจบ 10,000 เมตร ด้วยเวลา 27:17.14 นาที ทำลายสถิติของตัวเอง และได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนที่ 18 ที่ไปสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ‘โตเกียว 2020’ โดยจบการแข่งขันในรายการ 10,000 เมตร ด้วยเวลา 29:01.92 นาที แม้ผลงานอาจจะไม่น่าพอใจ แต่เชื่อว่าเขาได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่และได้ใจคนไทยไปเต็มๆ นอกจากนี้คีรินยังติดอันดับ 1 ใน 5 สถิติ Sub 27:20 นาที ของประวัติศาสตร์วงการกรีฑาเอเชียอีกด้วย

    โปรไฟล์

ชื่อ-สกุล : คีริน ตันติเวทย์

 ชื่อเล่น : คีริน

 เกิด : 16 กุมภาพันธ์ 2540 (สหรัฐอเมริกา)

ประเภทกีฬา : กรีฑาประเภทลู่

 ผลงาน :

– แชมป์ Ivy League 5 สมัย

– อันดับที่ 28 ในการแข่งขันคอสคันทรี่ระดับชาติ (NCAA Division 1 Cross Country Championships)

– พ.ศ. 2562 ได้รับรางวัล Northeast Region Male Track Athlete of the Year ในงานประกาศรางวัล USTFCCCA Regional Award

– พ.ศ. 2562 เหรียญทอง วิ่ง 5,000 เมตร และ 10,000 เมตร ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 (ฟิลิปปินส์)

– พ.ศ. 2563 รางวัล Men’s Cross Country and Track & Field ในงานประกาศ Williams J. Bingham Award

– พ.ศ. 2563 TOP 5 นักกีฬาของฮาร์วาร์ด

– พ.ศ. 2564 อันดับ 9 (ทำลายสถิติประเทศไทย) รายการ Prickly Pear Invitational ระยะ 3,000 เมตร (แอริโซนา สหรัฐอเมริกา)

พ.ศ. 2564 อันดับ 5 รายการ The Ten ระยะ 10,000 เมตร (แคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐอเมริกา)

“ก้อง-สมเกียรติ”ผงาดท็อปไฟว์ ในศึกโมโตทูออสเตรีย

   “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 22 ปี จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ฟอร์มระดับเวิลด์คลาสร้อนแรงต่อเนื่อง ควบรถแข่งคู่ใจหมายเลข 35 สตาร์ทกริดที่ 7 ทะยานคว้าอันดับ 5 ในศึก โมโตทู สนาม 11 ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ สร้างผลงานดีที่สุดในชีวิตได้อีกครั้ง หลังจบเรซสุดมันส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่น โมโตทู 2021 สนาม 11 ดวลความเร็วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่เรดบูลริง ประเทศออสเตรีย ระยะทางต่อรอบ 4.3 กิโลเมตร ชิงชัยทั้งสิ้น 25 รอบสนาม

สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยหนึ่งเดียวในเวทีจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น โมโตทู จากโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 หลังจากพัฒนาการขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนพารถแข่งหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยมรักษาอันดับ 7 ไว้ได้หลังผ่านรอบแรก ก่อนจะขยับมาเป็นอันดับ 5 ได้สำเร็จในรอบที่ 7

ผ่านครึ่งทางการแข่งขัน สมเกียรติ รั้งอันดับ 6 โดนไล่ตามบี้ชิงท็อปไฟว์กับ เชเลสติโน วิเอ็ตติ นักบิดอิตาเลียน อย่างสุดมันส์ อย่างไรก็ดี ในรอบสุดท้ายนักบิดไทยไล่บดอย่างหนัก ก่อนคว้าอันดับ 5 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในชีวิตกับการแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะอย่าง ราอูล เฟร์นันเดซ นักบิดสแปนิชเพียง 8.850 วินาที

จากผลงานสุดร้อนแรง สมเกียรติ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 15 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 35 คะแนน ก่อนจะเดินทางสู่การแข่งขันสนามถัดไปในวันที่ 27-29 สิงหาคมนี้ ในรายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ ที่สนามซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต สหราชอาณาจักร โดยแฟนชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม