6 เรื่องที่สุดทัพไทย ในพาราลิมปิก โตเกียว2020

มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 “โตเกียว 2020” ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมส่งต่อเจ้าภาพพาราลิมปิกเกมส์ครั้งต่อไปใน ปารีสเกมส์ 2024 อีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งนักกีฬาไทยทำผลงานคว้ามา 5 ทอง 5 เงิน 8 ทองแดง

 

เรารวบรวม 6 เรื่องที่สุดของทัพพาราลิมปิกไทยมาฝาก

พงศกร แปยอ คือ นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดคว้ารวม 3 เหรียญทอง ในวีลแชร์เรซซิ่ง คลาส ที 53  ทั้งระยะ 100, 400 และ 800 ม. พร้อมรับเงินรางวัลโบนัสความสำเร็จ จากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ มากที่สุดถึง 21,600,000 บาท รวมกับครั้งที่แล้ว ที่คว้าไป 2 ทอง 2 ทองแดงด้วย จะทำให้เจ้าตัวโกยอัดฉีดมาถึง 45,600,000 บาท

    ผลงาน 5 ทอง 5 เงิน 8 ทองแดง น่าจะทำให้ยอดเงินรางวัลอัดฉีดโดยประมานจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติของทัพนักกีฬาคนพิการไทย น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท (ปี 2016 ผลงาน 6-6-6 คว้าอัดฉีดรวมกว่า 182.8 ล้านบาท)

ประวัติ วะโฮรัมย์ ยังคงเป็นสุดยอดนักกีฬาคนพิการในพาราลิมปิกเกมส์ของไทย แม้ครั้งนี้จะเก็บเพิ่มได้แค่ 1 เหรียญเงิน จากวีลแชร์เรซซิ่งระยะ 1,500 ม. คลาส ที 54 แต่ยังเป็นนักกีฬาคนพิการไทยที่คว้าเหรียญรางวัลในพาราลิมปิกเกมส์มากที่สุด ถึง 16 เหรียญ แบ่งเป็น 7 ทอง 8 เงิน 1 ทองแดง

ทัพนักกีฬาคนพิการไทยคว้าเหรียญรางวัลรวมสูงสุดอีกครั้ง ถึง 18 เหรียญ เทียบเท่ากับผลงานเมื่อปี 2016 ที่บราซิล แม้เหรียญทองจะน้อยกว่าครั้งที่แล้ว 1 เหรียญ แต่หากมองในรวม นี่เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากๆ หลายคนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเอง และมาตรฐานของนักกีฬาคนพิการไทยในเกมมหกรรมระดับนี้ไม่ได้ตกลงไปเลย ถึงแม้จะห่างและร้างสนามแข่งขันไปนานมาก เพราะโควิด-19

 วีลแชร์เรซซิ่งยังคงเป็นพระเอกให้ทีมพาราลิมปิกไทย หนนี้คว้ารวม 4 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง ซึ่งก็นับว่าทำได้ใกล้เคียงกับการแข่งขันเมื่อปี 2016 ที่ประสบความสำเร็จมากสุดๆเช่นกัน จากผลงาน 4 ทอง 3 เงิน 2 ทองแดง

พาราลิมปิก 2020 เป็นการแจ้งเกิดของกลุ่มนักกีฬาคนพิการดาวรุ่ง หลายคนลงแข่งขันครั้งแรกทำผลงานได้น่าประทับใจสุดๆ ที่เห็นชัดเจน ก็คือ อธิวัฒน์ แพงเหนือ ดาวรุ่งวัย 18 ที่คว้า 1 ทอง จากวีลแชร์เรซซิ่ง 100 ม.คลาส ที 54 และ1 เงิน ในระยะ 400 ม. คลาส ที 54 รวมไปถึง “น้องขวัญ” ขวัญสุดา พวงกิจจา เหรียญทองแดง เทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง และ ภูธเรศ คงรักษ์ เจ้าของ 2 ทองแดง วีลแชร์เรซซิ่ง ระยะ 1,500 และ 5,000 ม.คลาส ที 54 ผลงานดังกล่าวก็พิสูจน์ได้ว่าดาวรุ่งกลุ่มนี้ พร้อมแล้วที่ก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่และเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งหน้า

ทีมบอคเซียไทยปราบหนุ่มมังกร 8-2 ผงาดคว้าทองสมัย 3

    ทีมบอคเซียไทยประกอบด้วย วัชรพล วงษา วิษณุ ฮวดประดิษฐ์,สุบิน ทิพย์มะณี, วรวุฒิ แสงอำภา เอาชนะ ทีมชาติจีน 8-2 คว้าเหรียญทองในประเภททีมบีซี 1-2 มาครองได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นเหรียญทองที่ 5 ให้กับ ทัพพาราลิมปิกไทย

 

การแข่งขัน บอคเซีย พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2564 ที่อาริอาเกะ ยิมนาสติกส์ เซนเตอร์ ทีมบอคเซียไทย ที่ประกอบด้วย วัชรพล วงษา วิษณุ ฮวดประดิษฐ์, สุบิน ทิพย์มะณี ซึ่งเป้นเจ้าของแชมป์พาราลิมปิกเกมส์ 2 สมัยติดต่อกัน ลงชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ พบ ทีมชาติจีน เริ่มเกมมาในเอนด์แรกเป็น จีน ที่สามารถทำแต้มออกนำไปได้ก่อน 1-0 ก่อนที่ในเอนด์ที่ 2 จีน ยังทำได้ดีกว่าเล็กน้อยโยนลูกเก็บแต้มเพิ่มได้อีก 1 แต้ม พร้อมหนีไปเป็น 2-0 แต่เอนด์ทื่ 3ทีมไทย มาแก้คืนทำแต้มได้ทีเดียว 2 แต้มไล่มาเสมอเป็น 2-2

เกมเข้าสู่เอนด์ที่ 4 ทีมบอคเซีย ได้เล่นกันได้มั่นใจมากขึ้นเก็บแต้มเพิ่มได้อีก 1 แต้ม พลิกนำ 3-2 จากนั้นในเอนด์ที่ 5 ทีมไทยเครี่องติดโยนได้อย่างแม่นยำเก็บเพิ่มได้อีก 3 แต้ม ทำให้หนีห่างเป็น 6-2 ทำให้เอนด์สุดท้าย จีน ที่ไม่มีอะไรจะเสียพยายามออกมาโยนแบบเปิดหน้าแลก แต่ทีมไทย ยังเก๋าโยนเก็บแต้มเพิ่มได้อีก 2 คะแนน ทำให้ ทีมไทย ชนะ จีน 8-2

ทำให้ ทีมบอคเซียทีมชาติไทย ที่ประกอบด้วย วัชรพล วงษา วิษณุ ฮวดประดิษฐ์,สุบิน ทิพย์มะณี, วรวุฒิ แสงอำภา คว้าเหรียญทองในประเภททีมบีซี 1-2 มาครองได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นเหรียญทองที่ 5 ให้กับ ทัพพาราไทย

จากผลงานสุดยอดเยี่ยมของ วิษณุ ฮวดประดิษฐ์, สุบิน ทิพย์มะนี, วัชรพล วงษา และ วรวุฒิ แสงอำภา 4 นักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทย ที่ช่วยกันโชว์ฟอร์มเก่งคว้าเหรียญทองในประเภททีม บีซี 1-2 พร้อมกันป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันนั้น ทำให้ทั้ง 4 คนเตรียมรับทรัพย์ก้อนโต เงินอัดฉีดความสำเร็จจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติรวมกันทั้งสิ้น 28.8 ล้านบาททันที (เหรียญทองละ 7.2 ล้านบาท)

ทั้งนี้สมาคมที่ดูแลจะได้รับรวมร้อยละ 30 เป็นเงิน 8,640,000 บาท และผู้ฝึกสอนร้อยละ 20 เป็นเงิน 5,760,000 บาท จะทัพให้ทีมบอคเซียโกยเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้กับทีมนักกีฬาคนพิการไทยเพิ่มอีก 43,200,000 บาท

สู้เต็มที่!วรรณณิภาลั่นไกจบที่ 8 ปืนยาว3ท่า

   วรรณิภา เหลืองวิไล พยายามโชว์ลั่นไกยิงอย่างเต็มที่  จบอันดับ 8 ทำแต้มได้ 395.6 คะแนน ในประเภท  ปืนยาว 3 ท่า 50 ม. หญิง คลาส 1 เมื่อวันที่  3 ก.ย. ที่ผ่านมา

 

การแข่งขัน ยิงปืน พาราลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020  เมื่อวันที่  3 ก.ย. ที่ผ่านมา  ที่อาซากะ ชูตติ้ง เรนจ์ รายการที่น่าสนใจอยู่ที่ ปืนยาว 3 ท่า 50 ม. หญิง คลาส 1 รอบคัดเลือก ที่มี วรรณิภา เหลืองวิไล, ชุติมา แสนหล้า 2 นักแม่นปืนสาวทีมชาติไทย ลงชิงชัย ปรากฎว่า ในรอบคัดเลือก วรรณิภา เหลืองวิไล สามารถโชว์ฟอร์มลั่นกระสุนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมยิงทำแต้มเข้ามาเป็นอันดับที่ 8 จากการยิง 4 ชุด ทำสกอร์ได้ถึง 1,150 คะแนน พร้อมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ ชุติมา แสนหล้า ทำผลงานจบอันดับ 16 ยิงได้ 1,120 คะแนน ตกรอบไปตามระเบียบ

จากนั้นในรอบชิงชนะเลิศ วรรณิภา เหลืองวิไล พยายามโชว์ลั่นไกยิงอย่างเต็มที่ แต่ทว่าไม่สามารถสู้ความแม่นของ มือปืนจากอีก 7 ชาติ ทำให้จบอันดับที่ 8 หลังยิงทำแต้มได้ 395.6 คะแนน จากการยิง 2 ชุดแรกและถูกคัดออก ทำให้เส้นจบทางในการแข่งขันพาราลิมเกมส์ 2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเหรียญทองรายการนี้ ตกเป็นของ ซาง ไช ผิง นักกีฬาจากจีน ยิงได้ 457.9 คะแนน, เหรียญเงิน นาตาชา ฮิปทรอป จากเยอรมนี ยิงได้ 457.1 คะแนน และเหรียญทองแดง อวานี เลกฮาล่า จาก อินเดีย ยิงได้ 445.9 คะแนน

ขณะที่ในรายการ ปืนยาว 3 ท่า 50 ม. ชาย คลาส 1 ทีมี่ อติเดช อินทนนท์ และ พีระพงศ์ บึงโบก 2 มือปืนหนุ่มไทย ลงชิงชัยในรอบคัดเลือกเวลา ปรากฎว่า 2 นักแม่นปืนหนุ่มทีมชาติไทย ลั่นกระสุนทำผลงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้อย่างที่หวัง โดย อติเดช จบในอันดับที่ 12 ยิงทำคะแนนรวมได้ 1,1,42 คะแนน ส่วน พีระพงศ์ จบอันดับที่ 19 ยิงได้ 1,112 คะแนน พร้อมเสร็จสิ้นภารกิจในพาราลิมปิกเกมส์หนนี้แล้วเช่นกัน

ไร้พ่าย 2 ปี 9 เดือน! “เทนนิส” ยึดครองเบอร์ 1 โลกเทควันโดหญิง49กก.

ผลการจัดอันดับโลกนักเทควันโดในรุ่น 49 กก.หญิง ประจำเดือน ส.ค. 2021 ของสหพันธ์เทควันโดนานาชาติ ไม่พลิกโผ เมื่อ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ยังคงยึดบัลลังก์อันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น จากฟอร์มสุดแจ่ม คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020 พร้อมรักษาสถิติไร้พ่ายยาวนานกว่า 2 ปี 9 เดือนเข้าให้แล้ว

 หนสุดท้ายที่ “น้องเทนนิส” พ่ายแพ้ คือการปราชัยให้กับ คิม โซ ฮุย คู่ปรับจากเกาหลีใต้ 8-10 ในเทควันโดเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ไฟนอล เมื่อ 23 พ.ย.ปี 2018 จากนัดเก็บชัยรวด กวาดทุกแชมป์ที่ลงแข่งขัน

ด้านสาวน้อยวัย 18 อย่าง อาเดรียนา อิเกลเซียส เซเรโซ จากสเปน ที่ลงเล่นโอลิมปิกครั้งแรก ก่อนแพ้ให้ พาณิภัค ในรอบชิงฯ โอลิมปิกหวุดหวิดช่วง 7 วินาทีสุดท้าย กระโดด 15 ขั้นจากอันดับ 20 เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของโลกแล้ว

“สายสุนีย์”นำทัพฮีโร่พาราชุดแรกกลับไทยกกท.-ชาวเมืองภูเก็ตต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สุดอบอุ่น

การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ ฮีโร่ ทัพนักกีฬาพาราไทยสุดยิ่งใหญ่และอบอุ่น ด้วยการลอดซุ้มธงชาติไทย พร้อมการแสดงพื้นเมืองสวยงามตระการตา “สายสุนีย์” นำทัพแรกร่วม”โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”

 

ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยที่เดินทางกลับจากมหกรรมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาเข้าสู่การกักตัวที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้โครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถทำกิจกรรม รวมทั้งการฝึกซ้อมร่างกายต่างๆ ภายในจังหวัดภูเก็ตได้เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทัพแรกที่เสร็จสิ้นการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์แล้ว จำนวน 8 คน ประกอบด้วย สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ เจ้าของเหรียญทองแดงประเภทดาบเอเป้ บุคคลหญิง คลาส บี, ทัศนีพรรณ สิวราวุฒิ ผู้ฝึกสอนวีลแชร์ฟันดาบ, เมทินี วงษ์ชมภู นักกีฬายูโด, ภาคภูมิ เทียนทอง ผู้ฝึกสอนยูโด, ณรงค์ แคสนั่น นักกีฬายกน้ำหนัก, ทองสา มารศรี นักกีฬายกน้ำหนัก, สมควร อานนท์ นักกีฬายกน้ำหนัก และ วุฒิชัย สุขเสวตร ผู้ฝึกสอนยกน้ำหนัก ก็ได้เดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ726 เวลา 09.25 น. ซึ่งเมื่อ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ ลงจากเครื่องก็ได้รับดอกไม้พระราชทานเป็นกำลังใจโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากผลงานการคว้าเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้มาให้แก่ประเทศไทย

ต่อจากนั้น คณะนักกีฬาได้ผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ( PCR TEST) แล้วได้ร่วมพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการลอดซุ้มธงชาติไทยออกมายังภายนอกอาคาร เป็นภาพสุดประทับทับใจแก่ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนอย่างมาก ซึ่งทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เตรียม “น้องจุ้ง” มาสคอตของจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดมาสคอตภูเก็ตในงาน “ภูเก็ต มาสคอต ดีไซน์ คอนเทสต์”  และช่อ “ดอกเฟื่องฟ้า” ดอกไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต ไว้คอยต้อนรับอีกด้วย

ทั้งนี้ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ
ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ ฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และ นายนิติกร โรจนวิภาต ผู้อำนวยการ กองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ ได้เดินทางมาให้การต้อนรับ พร้อมมอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกเป็นกำลังใจให้แก่คณะนักกีฬา โดยมีชาวภูเก็ตร่วมให้การต้อนรับสุดอบอุ่น

จากนั้นคณะนักกีฬาได้ร่วมชมการแสดงต้อนรับสุดยิ่งใหญ่อลังการที่มีชื่อว่า “การแสดงท้องถิ่นระบำบ่าบ๋าอารยตารี” ซึ่งแสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามของชาวท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตได้อย่างดียิ่ง สร้างรอยยิ้มและความตื่นตาตื่นใจให้แก่คณะทัพนักกีฬา ฮีโร่พาราทีมชาติไทยอย่างถ้วนหน้า ก่อนที่คณะนักกีฬาจะออกเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตไปยัง “โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท” เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยและเป็นการเข้าสู่โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการของรัฐบาลต่อไป

“พรโชค”คว้าเหรียญเงินบอคเซียพาราลิมปิก

พรโชค ลาภเย็น ดีกรีเจ้าของเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ทำเต็มที่แล้วแต่ต้านการโยนลูกนิ่มที่แม่นยำของคู่แข่งหนุ่มจากสโลวาเกียไม่ได้พ่ายไป 0-4 คะแนน ในบอคเซียประเภบุคคล บีซี 4 รอบชิงชนะเลิศ ทำให้ได้คว้าเหรียญเงินพาราลิมปิกเกมส์ มาครอง

 บอคเซีย พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ที่อาริอาเกะ ยิมนาสติกส์ เซนเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ และ ชิงอันดับ 3 ประเภทบุคคล ซึ่งมี 3 นักกีฬาโยนลูกนิ่มทีมชาติไทย ประกอบด้วย พรโชค ลาภเย็น , วัชรพล วงษา และ วรวุฒิ แสงอำภา ลงแย่งชิงเหรียญทอง และเหรียญทองแดง โดยรายการที่น่าสนใจอยู่ที่ ประเภบุคคล บีซี 4 รอบชิงชนะเลิศ พรโชค ลาภเย็น ดีกรีเจ้าของเหรียญทองแดงพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ลงดวลพบ ซามูเอล อันเดร์เซียค นักกีฬาบอคเซีบสโลวาเกีย เจ้าของเหรียญเงิน “ริโอเกมส์ 2016” โดยเกมการแข่งขันในคู่นี้เป็นไปอย่างสนุก โดย พรโชค พยายามสู้อย่างเต็มที่แต่ทว่าไม่สามารถต้านการโยนลูกนิ่มที่แม่นยำของ “หนุ่มสโลวาเกีย” ทำให้จบ 4 เอนด์ของการแข่งขัน พรโชค พ่าย 0-4 คะแนน ทำให้ได้คว้าเหรียญเงินพาราลิมปิกเกมส์ มาครอง

ขณะที่ในประเภทบุคคล บีซี 2 รอบชิงอันดับ 3 ซึ่ง วรวุฒิ แสงอำภา นักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญเงินพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ลงสนามดวล กับ มาเซล ซานโต๊ส จากบราซิล ผลปรากฎว่า วรวุฒิ กับ นักกีฬาแดนแซมบ้า ดวลกันได้อย่างสนุกสูสีใน 3 เอนด์แรก ทำแต้มเสมอกันที่ 3-3 คะแนน ทำให้ต้องมาตัดสินกันในเอนด์สุดท้าย ก่อนที่จะเป็น มาเซล ซานโต๊ส ที่สามารถโยนลูกนิ่มเก็บแต้มเพิ่มได้ 1 คะแนน ส่งผลให้จบเกม วรวุฒิ แสงอำภา แพ้ ไป 3-4 ชวดเหรียญทองแดงไปอย่างนาเสียดาย

อย่างไรก็ดีทีมบอคเซียไทยยังมีลุ้นเหรียญทองอีก 1 รายการ ในประเภทบุคคลบีซี 2 รอบชิงชนะเลิศ จาก วัชรพล วงษา ที่จะลงชิงชัยกับ ฮิเดทากะ ซูกิมูระ (ญี่ปุ่น) ในช่วงเย็นวันนี้ (1 ก.ย.) เวลา 16.25 น.