ผลงานอลป.ทัพไทยรั้งที่2อาเซียน-เวียดนามไร้เงาเหรียญรางวัล

    โอลิมปิกเกมส์ 2020 เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 วันเท่านั้น ชนิดของการชิงชัยให้ได้ลุ้นเหรียญเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ในส่วนของทัพไทย เหลือนักกีฬาอีกเพียง 4 ราย  ใน 3 ชนิดกีฬาให้ได้ตามเชียร์กันเท่านั้น

 

โดย 2 คน เป็นตัวแทนจากกอล์ฟ “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ มือ 13 ของโลก และ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล มือ 21 ของโลก ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นความหวังเหรียญรางวัลของไทย นอกจากนี้ยังเหลือมวยสากลให้ได้ลุ้นอีก 1 คน “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี ในรุ่น 60 กก.หญิง ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายแล้ว และ “อ้อย” อรสา เที่ยงกระโทก เรือแคนู 200 ม.หญิง

ทั้งนี้หลังการชิงชัยวันที่ 2 ส.ค.64 ผ่านพ้นไป ปรากฏว่าทัพนักกีฬาไทย ยังมีเหรียญรางวัลเพียงเหรียญเดียว จากเหรียญทองของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในกีฬาเทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง  คว้าได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.64 โดย ณ เวลา 18.30 น. ของวันที่ 2 ส.ค.64 (เวลาไทย) 1 เหรียญทองโทน ทำให้ไทยยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่ 49 ของตารางเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ 2020

เมื่อเทียบผลงานกับชาติในอาเซียนด้วยกัน ณ เวลานี้ ไทยรั้งอันดับที่ 2  โดยชาติที่ทำผลงานดีสุด เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนในเวลานี้  คือ อินโดนีเซีย คว้าไปแล้ว 1 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง อยู่อันดับ 36 ร่วมในตาเหรียญโอลิมปิก โดย 1 เหรียญทองได้มาจาก เกรย์เซีย โปลลี และ อปิยานี ราฮายู  ในกีฬาแบดมินตันหญิงคู่ ส่วนอีก 3 เหรียญ ล้วนได้มาจากกีฬายกน้ำหนักทั้งสิ้น ด้านฟิลิปปินส์ อยู่ในอันดับ 49 บนตารางเหรียญรวมโอลิมปิกเกมส์ร่วมกับไทย หลังทำได้ 1 ทอง ทำให้รั้งที่ 2 อาเซียนร่วมกับไทยด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเหรียญเดียวที่ทำได้มาจาก ฮิดิลิน ดิอาซ ในยกน้ำหนัก รุ่น 55 กก.หญิง

ด้านมาเลเซีย ที่มี 1 ทองแดง จากแบดมินตันชายคู่ อารอน เชี๊ยะ และ โซ วูยิค เป็นเบอร์ 4 ของอาเซียน และอันดับ 79 ในตารางเหรียญโอลิมปิก  ขณะที่ 7 ชาติ ประกอบด้วย บรูไน, กัมพูชา, เมียนมา, ลาว,  ติมอร์เลสเต รวมถึง สิงคโปร์ และ เวียดนาม ซึ่งพัฒนาวงการกีฬาภายในประเทศตัวเองขึ้นมาจนก้าวมาเป็นคู่แข่งขันของทัพไทยในระดับอาเซียน ยังคงไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้แม้แต่เหรียญเดียว

“น้องเฟี้ยว”ขอโทษคนไทยรับผลงานเกินฝันหวังได้ไปแก้มือที่ปารีส

หลังปราชัยให้กับรองแชมป์โลก 2019 จากตุรกี ทำให้ยุติเส้นทางไว้ที่เพียงรอบ 8 คนสุดท้าย ในมวยสากลโอลิมปิกเกมส์ รุ่น 51 กก.หญิง “น้องเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ กำปั้นจากนครศรีธรรมราช วัย 23 ปี ได้ออกมาเปิดใจว่า สำหรับโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกของตนนั้น ผ่านเข้ามารอบ 8 คนสุดท้ายได้ ก็ถือว่าเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้มากๆแล้ว เพราะว่าการแข่งขันระดับโอลิมปิกมีแต่คนเก่งๆ การชกแมตช์นี้เต็มที่แล้ว ถ้ายกแรกเรานำ เราจะต่อยง่ายกว่านี้ ยกสองเลยเราต้องเปลี่ยนเกม พอเปลี่ยนเกม เราต้องเดินเข้า เขาเป็นมวยจังหวะสองอยู่แล้วเลยเข้าทางเข้า

 

“ก่อนชกตื่นเต้น อารมณ์เหมือนไฟต์แรก แต่พยายามจะนิ่งให้ได้มากที่สุด ก็ไม่มีอะไรค้างคาใจกับการแข่งขันครั้งนี้แล้วค่ะ สำหรับการแข่งขันที่ปารีส 2024 ถ้ามีโอกาสได้ไปอีกครั้งก็จะกลับมา กลับมาทำให้ดีกว่าเดิม ใครที่หนูแพ้ไว้ หนูก็จะกลับมาแก้มือเอาชนะให้ได้ หลังจากนี้หนูคงต้องกลับไปฝึกซ้อมให้หนักเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

“หนูเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับที่ทางบ้าน 1 วันก่อนแข่ง เขาก็รอเชียร์อยู่ ก็เสียใจอยู่ที่ทำได้แค่รอบ 8 คนสุดท้าย อยากทำให้มันดีกว่านี้ค่ะ ครั้งแรกถ้าติดเหรียญก็รู้สึกดีใจมาก แต่ทำได้เท่านี้ก็ดีแล้วค่ะ”

“น้องเฟี้ยว” ยังกล่าวอีกว่า “ก่อนมาแข่งขันหนูไม่ได้คิดว่าตัวเองจะตกรอบไหน แค่อยากพิสูจน์ว่าต่อให้เราไม่ได้คัดติดตั้งแต่แรก แต่เมื่อเราได้โอกาสมาแล้ว เราจะทำหน้าที่สุดความสามารถ ให้คนอื่นๆได้เห็น ว่าเราคู่ควรแล้วที่มายืนอยู่ตรงนี้ อยากทำให้โค้ชภูมิใจ เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ แต่ที่ผ่านมาก็พยายามบอกตัวเองให้มขยันให้มากที่สุด หนูอยากให้ทางบ้านได้ชื่นใจ ว่ามีลูกเก่ง มีน้องเก่ง”

นักชกจาก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยเริ่มจากกีฬามวยไทย เผยทิ้งท้ายอีกว่า ตนอยากขอโทษชาวไทยและคนนครศรีธรรมราชที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้ไกลกว่านี้ ถ้ามีโอกาสอีก ตนก็จะทำให้ดีกว่านี้ อยากขอขอบคุณที่เชียร์ตนและติดตามเสมอมา

“รัชนก” ขอโทษคนไทย ชี้จุดเปลี่ยนเกม พร้อมอวยพรเพื่อน “ไถ้” ไปถึงทอง

รัชนก อินทนนท์ ออกมายอมรับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตนเองเป็นฝ่ายต้องพ่ายแพ้ให้กับ ไถ้ ซื่อหยิง มือ 1 ของโลกชาวไต้หวัน ทั้งที่ได้เกมแรกไปก่อน คือ ช่วงเกมที่ 2 ที่พลาดเสีย 7 แต้มติดๆกันจนทำให้คู่แข่งกลับมาสู่เกม ยอมรับเสียดายมีโอกาสแต่คว้าไว้ไม่ได้ แต่ยังภูมิใจได้เล่นในฟอร์มที่สุดของตัวเอง พร้อมอวยพร ไท้ ซื่อ หยิง คว้าเหรียญทองโอลิมปิก ยันพร้อมสู้ต่ออีกตั้งในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส

รัชนก อินทนนท์ ออกมายอมรับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตนเองเป็นฝ่ายต้องพ่ายแพ้ให้กับ ไถ้ ซื่อหยิง มือ 1 ของโลกชาวไต้หวัน ทั้งที่ได้เกมแรกไปก่อน คือ ช่วงเกมที่ 2 ที่พลาดเสีย 7 แต้มติดๆกันจนทำให้คู่แข่งกลับมาสู่เกม ยอมรับเสียดายมีโอกาสแต่คว้าไว้ไม่ได้ แต่ยังภูมิใจได้เล่นในฟอร์มที่สุดของตัวเอง พร้อมอวยพร ไท้ ซื่อ หยิง คว้าเหรียญทองโอลิมปิก ยันพร้อมสู้ต่ออีกตั้งในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส

หลังปราชัยให้กับ ไถ้ ซื่อหยิง มือ 1 ของโลก ไปอย่างน่าสุดดายสุดๆในรอบก่อนรองชนะเลิศ แบดมินตันหญิงเดี่ยว โอลิมปิกเกมส์ 2020 “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ได้ออกมาเปิดใจถึงเกมในแมตช์นี้ว่า โดยรวมสำหรับตนนั้น คิดว่าเป็นเกมที่น่าพอใจ แมตช์นี้เหมือนเป็นเกมที่วัดสภาพจิตใจ ตอนแรกเป็นเราที่คุมได้ดีกว่า แต่เหมือนเกมมันนิ่งเกินไป ทำให้เขาพลิกแพลงเกม ไม่ให้เราได้หาจังหวะ และกลายเป็นตนที่ในหลายๆจังหวะในช่วงเสี้ยววินาทีคิดไม่ทัน ก็ต้องชื่นชมเขา ถึงแม้จะตาม แต่ก็กล้าเปลี่ยนเกมก่อน แมตช์นี้ตนพยายามเล่นให้ดีที่สุดแล้ว และในความรู้สึกอาจจะมีอึดอัดบ้าง เพราะหลายๆจังหวะไม่ใช่จังหวะที่ตัวเราเล่น ก็เลยทำให้เกิดความผิดพลาด รัชนก ยังกล่าวถึงในช่วงเกมที่ 2 ที่พลาดเสีย 7 คะแนนติดๆกัน ทำให้จากสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบต้องกลับมาตกเป็นรองว่า ช่วงเวลาดังกล่าว คือ ช่วงที่คู่แข่งเปลี่ยนเกม หันมาเล่นชิงจังหวะด้านหน้ามากขึ้น ที่สำคัญเขาไม่โยนให้เราได้มีโอกาสได้ตีลูกหลัง มันก็เหมือนเป็นการบีบตัวเมย์เอง ตรงนี้ก็ต้องชื่นชมเขาที่กล้าที่จะเล่นแบบนั้น ซึ่งเราเองเมื่อต้องเล่นแบบนั้นอยู่ในฝั่งที่เป็นการตีตามลม จึงกลายเป็นอึดอัด ไม่กล้าโยนหรือผลักให้แรง เพราะกลัวจะออก ซึ่งก็ต้องยอมรับด้วยว่า หากเมย์มีสติมากกว่านี้ ก็น่าจะคุมลูกได้ดีกว่านี้

“เกมนี้เป็นเกมที่ชิงไหวชิงพริบชิงจังหวะมากกว่า ซึ่งต่างคนต่างก็รู้กัน แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนที่กล้าเล่นมากกว่า ส่วนเกมนี้เราพยายามทำการบ้านมาเป็นอย่างดี พยายามทนทานกับเกมได้ในระดับที่น่าค่อนข้างโอเคด้วย ไม่ได้มีปัญหาว่าเราไม่ไหวในเกม 3 แพ้นัดนี้เมย์เองมองว่าเป็นเรื่องของจังหวะและสภาพจิตใจมากกว่า”

เมื่อถูกถามว่ารู้สึกเสียดายหรือไม่ที่พลาดชวดสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาแบดมินตันหญิงไทยคนแรกที่ผ่านเข้าไปถึงรอบตัดเชือกโอลิมปิกเกมส์ รัชนก ได้ตอบว่า “ก็เสียดาย เกมนี้เราเองก็มีโอกาส แต่ก็กลับคว้าเอาไว้ไม่ได้ ก็คิดว่าถ้ายังดูแลตัวเองดี สภาพจิตใจเราพร้อมดี เมย์ก็คิดว่าอยากจะเล่นให้ถึงปารีส 2024 ส่วนโอลิมปิกเกมส์  2020 ครั้งนี้ ที่เป็นครั้งสุดท้ายของ  ไถ้ ซื่อหยิง เมย์ก็ขอให้เขาสมหวังอย่างที่เขาตั้งใจ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่เคยได้แชมป์โลก และก็ต้องยอมรับว่าเขาเองก็วัดใจเขามากๆ ซึ่งแมตช์นี้ก็เป็นเขาที่เข็มแข็งกว่าเรา ก็ต้องยอมรับตรงนี้ ส่วนหลังจากนี้จะเดินทางกลับไทยเพื่อเข้ารับการกักตัว 14 วัน ก่อนที่จะกลับมาลงฝึกซ้อมต่อเพื่อลงแข่งขันในรายการปกติของสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ”

“ต้องขอโทษแฟนๆกีฬาชาวไทย เมย์เองรู้สึกภูมิใจที่ได้เล่นในวันนี้ที่ไม่ได้เป็นฟอร์มที่เป็นเกมกดดันจนเกมไม่สนุก ไม่กล้าเล่น หรือไม่ได้สู้กัน แต่มันเป็นเกมที่แพ้แต่ว่าเมย์ก็รู้สึกดีเราเองก็เล่นได้สุดความสามารถของวันนี้”

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ ขอสู้ต่อที่ปารีส พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนกีฬา

“คีริน” แข่งกับใคร และมีลุ้นแค่ไหนในมหาสงครามหมื่นเมตร!?

ศึกกรีฑาโอลิมปิกโตเกียว2020จะเริ่มวันแรกศุกร์ที่ 30 ก.ค.นี้ โดยฝ่ายจัด วางการชิงเหรียญทองแรก ไว้ที่ อีเว้นท์ 10,000เมตรชาย. ซึ่งมี คีริน ตันติเวทย์ ลูกครึ่งหนุ่มไทยลงแข่งขันด้วย !!

ทำไมถึงเป็นระยะนี้? เพราะในโอลิมปิกสามครั้งหลัง “หมื่นเมตรชาย” กลายเป็น สมรภูมิเดือด ที่ได้รับความสนใจจากแฟนๆกีฬามากขึ้น  จากเดิมไฮไลต์จะอยู่ที่เหล่าสปรินเตอร์อย่าง100เมตร,200เมตร หรือทีมไต้ฝุ่นอย่าง 4คูณ100เมตรและชิงเหรียญทองสุดท้าย ด้วย มาราธอน ตามธรรมเนียม

เริ่มจากปักกิ่ง2008 “เดอะคิงส์” เคเนนิซ่า เบเคเล่ ยอดนักวิ่งเอธิโอเปีย ได้เขียนสถิติใหม่ 10,000เมตรชาย โอลิมปิกไว้ที่27.01.17นาที ก่อนจะผันตัวมาวิ่งระยะไกล จนปัจจุบันกลายมาเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ “เอเลียต คิปโชเก้” ยอดมนุษย์ที่วิ่งมาราธอนต่ำกว่า2ชม.คนแรกของโลก

จากนั้นมาถึงยุคทองของ “อัศวิน” ท่านเซอร์ โม ฟาราห์ ตำนานปอดเหล็กโลก ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวิน จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หลังทำได้4เหรียญทองโอลิมปิกทั้ง 5,000และ10,000เมตร ที่ลอนดอน2012และริโอ2016

มาถึงโตเกียว2020 นี้ เป็นที่น่าเสียดายว่า “เซอร์โม ฟาราห์” ที่ต้องการคัมแบ็ควิ่งไม่ผ่านเกณฑ์คลอลิฟาย ขาดไป19วิ.. สงครามมันเปลี่ยนไปแล้วครับท่าน!!!

โดยดาวเด่นในระยะหมื่นเมตร เป็นของ “เจ้าปีศาจ” โจชัว เชปเตไก จากอูกันดา นักทุบสถิติโลกมืออาชีพ ที่เห็นนาฬิกาไม่ได้ พ่อทุบพังหมด ปีที่ผ่านมาทุบสถิติโลก 4 รายการ ในรอบ 10 เดือน !!!

โตเกียว2020ครั้งนี้ “เจ้าปีศาจ” เป็นเต็งหนึ่งเหรียญทอง ด้วยเวลา 26.11.00นาที เร็วกว่าสถิติโอลิมปิกของ “คิงส์เบค” ที่ยาวนานตั้งแต่ปักกิ่ง2008 ..เกือบ1นาที!!!

แต่มหาเทพมีหลายองค์ เพราะครั้งนี้ มีปอดเหล็กที่วิ่งต่ำกว่า27นาที อยู่ถึง8 คน !! อาทิ โยมิฟ เคเจลชา จากเอธิโอเปีย, โรเน็กซ์ คิปรูโต้ จากเคนย่า, “เด็กระเบิด” ยาค็อป คิปลิโม่ รุ่นน้องร่วมชาติของโจชัวเอง โดยเหรียญทองเชื่อว่าจะไม่หลุดจาก เหล่าเทพนี้แน่นอน

มาดู คีริน ของเราบ้าง ตามสถิติแล้ว คีรินอยู่ระดับกลางๆ ใช้เวลาดีที่สุดของตัวเอง 27.17.14นาที ในการตีตั๋วเข้ามา
พร้อมสองเพื่อนซี้ร่วมสโมสรBTC อย่าง แกรนท์ ฟิชเชอร์  และ  มาร์ค สก็อต แน่นอนว่านอกสนามคือเพื่อน แต่ในสนามใส่กันยับแน่นอน แต่ละคน รู้ฝีเท้ากันอยู่แล้ว

ส่วนเกมจริงๆที่ คีริน ต้องขับเคี่ยว อยู่ที่สองปอดเหล็กเจ้าภาพอย่าง “อาริกะ ไอซาว่า” และ “ทัตซึฮิโก อิโตะ” เหมือนเป็นการวัดพลังกันเองของปอดเหล็กเอเชียที่มีเพียง3คนในรายการนี้ … โดยสถิติของ คีริน ดีกว่าสองเจ้าภาพ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะการลงแข่งสองคน ทำให้มีตัวหลอก ,ตัวอัด ,ตัวบัง ทำให้ คีริน ที่ไปคนเดียว ต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว

แต่จากที่คีริน ให้สัมภาษณ์ ว่าไม่เครียด,ไม่กดดัน ตั้งใจทำให้ดีที่สุด บวกกับประสบการณ์เก็บตัวกับสโมสรระดับโลกอย่างBTC น่าจะทำให้ คีริน ไม่ตื่นสนามและโฟกัสที่ตัวเอง เชื่อว่ามีโอกาสเขียนสถิติใหม่ของตัวเองและของประเทศไทยได้แน่นอน

ฉัตร์ชัยเดชา เข้ารอบ 8 คน!!!!!

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี หรือชื่อเดิม ฉัตรชัย บุตรดี ที่เราคุ้นเคย

ชนะคะแนนมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิก 2020 ต่อ CUELLO Mirco Jehie นักชกวัย 20 ปีจากอาร์เจนติน่า รอบ 16 คนสุดท้ายไป 4-1 เสียง ต่อไปรอบ 8 คนสุดท้าย จะเข้าไปพบกับ ALVAREZ Lazaro จากคิวบา 1 สิงหาคม เวลา 15.30 น การชนะใรครั้งนี้ทำให้ ฉัตร์ชัยเดชา ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกจากการเข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 3 ครั้ง

เมย์ รัชนก พลิกแซงเชือดสาวมาเลเซียสุดมันส์ทะลุรอบ 16 คนขนไก่โอลิมปิก

เมย์ รัชนก อินทนนท์ แซงกลับมาเอาชนะ โซเนีย เชี๊ยะ มือวางอันดับ 18 จากมาเลเซีย ไปได้ชนิดใจหายใจคว่ำ 2-1 เซต พร้อมกับ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย หญิงเดี่ยวแบดมินตันโอลิมปิกเกมส์ไปได้สำเร็จ

 

การแข่งขันแบดมินตันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่สนามมูซาชิโนะ ฟอเรสต์ สปอร์ต พลาซ่า ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันพุธที่ 28 ก.ค.64 เป็นการแข่งขันในรองแบ่งกลุ่ม โดยมีนักแบดมินตันไทยลงสนาม 2 คน

ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มเอ็น  “เมย์” รัชนก อินทนนท์ มือวางอันดับ 5 ของรายการ พบกับ โซเนีย เชี๊ยะ มือวางอันดับ 18 จากมาเลเซีย  สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่ 4 ครั้ง เป็นเมย์ รัชนกเป็นฝ่ายชนะมาได้ทั้งหมด ครั้งล่าสุดที่พบกับในศึกออล อิงแลนด์ 2020 เป็น เมย์ รัชนก อินทนนท์ เอาชนะมาได้ 2-0 เกม

เกมแรก โซเนีย เชี๊ยะ ออกสตาร์ตได้ดีกว่าขึ้นนำ 5-3 จากนั้นเมย์ รัชนก มารัวทำแต้มเป็นชุดจนแซงนำ 8-6 เกมกลับมาสนุกอีกครั้งแต่เมย์ รัชนก มานำในครึ่งเกมแรกก่อนที่ 11-10 เกมออกมาสนุกมากขึ้นแต่เป็นโซเนีย เชี๊ยะ ที่สามารถมาพลิกสถานการณ์มาได้ในเกมแรก 21-19

เกมสอง เมย์ รัชนก กลับมาออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยมขึ้นนำ 4-0 เกมยังเป็นของเมย์ รัชนก ที่เปิดบุกใส่ได้เป็นเรื่อยๆ ขึ้นนำ 8-0 เมย์ รัชนก มาตีเสียเอง 4 คะแนนติดทำให้ โซเนีย เชี๊ยะไล่ขึ้นมาเป็น 4-8 แล้วเมย์ รัชนก มานำในครึ่งเกมสองที่ 11-10 แล้วโซเนีย เชี๊ยะมาพลิกสถานการณ์นำได้ที่ 12-11 เกมนั้นพลิกไปพลิกมาตลอดเมย์ รัชนก ชิงจังหวะได้บ้างเล่นลูกที่เด็ดขาดกว่าขึ้นนำ 15-12 จากนั้น โซเนีย เชี๊ยะ มาฮึดเกมบุกบ้างตามตีเสมอได้สำเร็จที่ 16-16 แล้วเมย์ รัชนก เร่งเครื่องปิดเกมสามได้ที่ 21-18 เสมอกัน 1-1 เกม

เกมตัดสิน เมย์ รัชนก ยังเปิดเกมบุกใส่ตั้งแต่ต้นๆ นำห่าง 8-3 จากนั้น เมย์ รัชนกมารัวเกมบุกเป็นชุดนำในครึ่งเกมสามที่ 11-4 เกมเป็นของ เมย์ รัชนก เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นนำห่างเป็น 17-7 จากนั้น เมย์ รัชนก เริ่มกลับมาตีเสียเอง 2 คะแนนติดทำให้ไล่มาเป็น 9-17  สุดท้ายเป็นเมย์ รัชนก มาปิดเกมที่สามได้ที่ 21-10 ทำให้เมย์ เอาชนะไปได้ 2-1 เกม

เมย์ รัชนก เก็บชัยชนะแมตช์นี้ได้สำเร็จและ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม เอ็น  โดยจะเข้าไปพบกับ เกรเลอเลีย มาริสก้า ทุนจุง มือวางอันดับ 14 จากอินโดนีเซีย ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.64 นี้

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆที่น่าสนใจ ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม แอล อกาเนะ ยามากูชิ มือวางอันดับ 4 จากญี่ปุ่น ชนะ คริสตี้ กิลมอร์ มือวางอันดับ 17 จากสหราชอาณาจักร  21-19,21-18
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม พี ไต้ จื่ออิง มือวางอันดับ 1 จากไต้หวัน ชนะ ฉี ซู่เฟย มือวางอันดับ 21 จากฝรั่งเศส  21-10,21-13
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม เค คิม กาอึน มือวางอันดับ 12 จากเกาหลีใต้ ชนะ เหยา เจียมิน มือวางอันดับ 16 จากสิงคโปร์ 21-13, 21-14
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม เอ็ม เกรเลอเลีย มาริสก้า ทุนจุง มือวางอันดับ 14 จากอินโดนีเซีย ชนะ เลียนเน่ ทราน มือวางอันดับ 23 จากเบลเยียม 21-11,21-17
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม ไอ เมียร์ บลิทเฟลท์ มือวางอันดับ 13 จากเดนมาร์ก  ชนะ ลินดา เซตเทียรี่ มือวางอันดับ 30 จากบัลแกเรีย 21-10,21-13
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม อี โนโซมิ โอกูฮาระ มือวางอันดับ 3 จากญี่ปุ่น ชนะ อีฟเกนิย่า โคเซ็ทกาย่า มือวางอันดับ 15 จากอาร์โอซี 21-6,21-16
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มเอช จาง ไบเหวิน มือวางอันดับ 11 จากสหรัฐ ชนะ ฟาเบียนา ซิลวา มือวางอันดับ 31 จากบราซิล 21-9,21-10
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มจี เหอ บิงเจียว มือวางอันดับ 8 จากจีน  โซรายา อากายฮาเจียกา มือวางอันดับ 43 จากอิหร่าน 21-11,21-3
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มเจ พี.วี.สินธุ มือวางอันดับ 6 จากอินเดีย ชนะ ชุน กานยี่ มือวางอันดับ 20 จากฮ่องกง 21-9,21-16
ประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่มเอ เฉิน ยู่เฟย มือวางอันดับ 1 จากจีน ชนะ เนสลีฮาน ยิกิต มือวางอันดับ 19 จากตุรกี 21-14-21-9

 

ดาวยิงหน้าหวาน ‘น้ำตาล’ วิลาสินี เจ้าหญิงไอซ์ฮอกกี้ทีมชาติไทย

‘กีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง’ อาจดูไม่เข้ากับสภาพอากาศบ้านเราสักเท่าไร แต่ก็ยังมีผู้ที่ให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้อยู่ไม่น้อย ซึ่ง ‘วิลาสินี รัตนนัย’ อดีตแชมป์สปีดสเกตบนลานน้ำแข็งคือหนึ่งในนั้น เธอฝึกฝนจนติดทีมชาติ เป็นกองหน้าขาลุยที่สื่อกีฬาพากันตั้งฉายาให้เธอว่า ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ ของเมืองไทย

 

‘น้ำตาล’ วิลาสินี รัตนนัย เด็กสาวจากจังหวัดพะเยา เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวงด้วยวัยเพียง 15 ปี และที่นี่ก็เปลี่ยนชีวิตเธอ ได้ทำงาน มีเงินไปเรียนอย่างที่ตั้งใจ และเธอยังได้รู้จักไอซ์สเกตอีกด้วย

ครั้งแรกที่น้ำตาลได้เล่นไอซ์สเกตมาพร้อมความรู้สึก ‘ไม่ชอบ’ และเมื่อเธอได้เล่นไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้จักกับกีฬาสปีดสเกต หรือการวิ่งแข่งบนลานน้ำแข็ง และให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้ ซึ่งถือว่าเธอจะเริ่มต้นช้ากว่านักกีฬาคนอื่นๆ แต่ด้วยความตั้งใจและความบ้าพลัง ทำให้เธอสามารถติดทีมชาติไทย และได้แชมป์สปีดสเกตบนลานน้ำแข็ง แต่เธอก็อยู่กับสปีดสเกตได้ไม่นานนัก รับใช้ชาติไป 2-3 แมตช์ ก็ป่วยด้วยโรค ‘ไทรอยด์เป็นพิษ’ ต้องหยุดแข่งเพื่อพักรักษาตัว และกลับสู่เส้นทางสายน้ำแข็งอีกครั้งในฐานะ ‘โค้ชพื้นฐานสเกตมืออาชีพ’

 โค้ชน้ำตาลวัย 18 ปี ที่เห็นการซ้อมของทีมฮอกกี้หญิงในวันหนึ่ง ทำให้เธอฝันถึงการได้เล่นไอซ์ฮอกกี้มาตลอด พยายามเก็บเงินจากการเป็นโค้ชสเกต เพื่อไปซื้ออุปกรณ์สำหรับเล่นไอซ์ฮอกกี้ และขอตามติดไปลองร่วมซ้อมกับบรรดานักกีฬา จนได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีม ‘นาคราช’ แข่งในฐานะทีมผสม และด้วยมีความเร็วที่ยืนพื้นแน่นมาตั้งแต่ครั้งที่เป็นนักกีฬาสปีดสเกตทีมชาติ จึงถูกเลือกให้ลงเล่นตำแหน่งกองหน้า ในแมตช์แรกของเธอ ซึ่งจัดขึ้นที่เชียงใหม่

หลังจากเป็นนักกีฬาเต็มตัวกับทีมฮอกกี้ทีมแรกในชีวิต น้ำตาลก็ตัดสินใจลองไปคัดเข้า ‘ทีมชาติ’ และในที่สุดชื่อ ‘วิลาสินี รัตนนัย’ ก็อยู่ในลิสต์นักกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงทีมชาติไทย

ครั้งแรกที่รับใช้ทีมชาติ เธอพบกับไต้หวัน ในรายการ IIHF Women’s Challenge Cup of Asia 2016 ซึ่งได้รองแชมป์กลับบ้านมาด้วย แม้เธอจะยิงประตูไม่ได้เลยก็ตาม หลังจากนั้นเธอก็ได้รับใช้ชาติอีกครั้งใน IIHF Women’s Challenge Cup of Asia 2018 ซึ่งครั้งนี้ดาวยิงหน้าหวาน ที่มีการเล่นดุดัน เน้นยิงเร็ว ขัดกับหน้าตาทำได้หลายประตู และสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้

​ปีพ.ศ. 2562 ‘น้ำตาล’ กองหน้าขาลุยร่วมทัพ ‘ไอซ์ฮอกกี้หญิง’ สู้ศึกชิงชนะเลิศแห่งเอเชียชุดสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์เอเชียครั้งแรก หลังก่อตั้งทีมได้ 7 ปี ในรายการ IIHF Ice Hockey Women’s Challenge Cup Of Asia 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ถึงแม้ว่าจะเป็นคนดังมีชื่อเสียงและมีแฟนคลับมากมาย แต่ ‘วิลาสินี รัตนนัย’ นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติไทย ก็ยังคงใช้ชีวิตติดดิน ไม่ทำตัวฟุ่มเฟือย แถมยังมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เปิดรับบริจาคหาเงินช่วยโรงทานวัดลาดพร้าว และน้องสุนัขบ้านป้าปุ๊ และทุกปี เธอจะเลี้ยงอาหารกลางวันบ้านเด็กกำพร้า นอกจากนี้ยังเป็นนางฟ้าใจบุญร่วมสร้างกุศลทำทานทุกครั้งที่มีโอกาสด้วย

    โปรไฟล์

ชื่อ-สกุล : วิลาสินี รัตนนัย

ชื่อเล่น : น้ำตาล

เกิด : 20 พฤศจิกายน 2538 (พะเยา)

ประเภทกีฬา : ไอซ์ฮอกกี้

ผลงาน :

– แชมป์สปีดสเกตบนลานน้ำแข็ง

– พ.ศ. 2559 รองแชมป์ IIHF Women’s Challenge Cup of Asia 2016 (ไต้หวัน)

– พ.ศ. 2561 เหรียญทองแดง IIHF Women’s Challenge Cup of Asia  2018 (มาเลเซีย)

– พ.ศ. 2562 แชมป์ IIHF Ice Hockey Women’s Challenge Cup of Asia 2019 (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

“บาส-ปอป้อ” พลาดท่าพ่ายคู่อังกฤษเข้าแต่ก็เข้ารอบเป็นรองแชมป์กลุ่ม

“บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ พลาดท่าพ่ายให้กับ มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ คู่มือวางอันดับ 8 จากสหราชอาณาจักรไป 0-2 เกม แต่ก็สามารถเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม B

การแข่งขันแบดมินตันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่สนามมูซาชิโนะ ฟอเรสต์ สปอร์ต พลาซ่า ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.64 เป็นการแข่งขันในรองแบ่งกลุ่ม

ประเภทคู่ผสม กลุ่ม B แมตช์สุดท้าย “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ  “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย มือวางอันดับ 3 ของรายการ พบกับ มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ คู่มือวางอันดับ 8 จากสหราชอาณาจักร สำหรับสถิติการพบกันมาทั้งหมด 4 ครั้ง เป็นบาส กับ ปอป้อ เอาชนะไปได้ทั้งหมด โดยครั้งล่าสุดที่พบกันในรายการเวิลด์ทัวร์ ไฟนอล 2020 ที่เมืองไทยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นบาส กับ ปอป้อ เอาชนะไปได้ 2-0 เกม

เกมแรก ทั้งคู่ออกสตาร์ตได้อย่างสนุกเสมอกัน 3-3 จากนั้นคู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ ดักจังหวะสองไว้ได้ดีแซงนำที่ 7-4 คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธสามารถรับได้อย่างดีแล้วขึ้นนำในครึ่งเกมแรกที่ 11-5 ครึ่งเกมหลังคู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ ยังเล่นได่อย่างยอดเยี่ยมนำห่าง 14-6 ในช่วงปลายเกมแรกคู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ คุมเกมไว้ไดอย่างดีนำห่าง 18-11 แล้วคู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ มาปิดเกมแรกได้ก่อนที่ 21-12 ขึ้นนำ 1-0 เกม

เกมสอง คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ ใช้ความเร็วเล่นหน้าเน็ตและลูกตบที่เฉียบขาดขึ้นนำ 3-1 คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ ยังรอจังหวะเก็บตกแล้วฉวยโอกาสเข้าทำแต้มได้ดีขึ้นนำ 9-6 คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธมานำในครึ่งเกมสองได้ที่ 11-7 ครึ่งเกมหลังคู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ ยังเล่นด้วยความเหนียวแน่นแล้วรอจังหวะตบที่เด็ดขาดขึ้นนำ 14-11 แล้วบาส กับ ปอป้อสามารถฮึดทำแต้มได้อย่างต่อเนื่องตามตีเสมอได้ที่ 14-14 แล้วบาส กับ ปอป้อ แย็บหน้าเน็ตใสจังหวะแรกแล้วสามารถขึ้นนำได้เป็นครั้งแรกในแมตช์นี้ที่ 17-16 ในช่วงปลายเกมสอง คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ สามารถชิงจังหวะได้เปรียบกว่าทำให้ปิดเกมที่สองไปที่ 21-19 ใช้เวลาแข่งขัน 46 นาที  ทำให้ คู่มาร์คัส เอลลิส กับ ลอว์เรน สมิธ เอาชนะไปได้ 2-0 เกม เข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม B ด้วยสถิติชนะ 3 แมตช์รวด ขณะที่ “บาส” เดชาพล กับ  “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี เข้ารอบเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มนี้ สถิติชนะ 2 แพ้ 1

โอลิมปิกวันนี้! เชียร์แบด-มวยลงแข่ง บอลชายเตะเพียบNBTยิงสดบราซิล เช็กช่องถ่ายทอดสดได้เลย

กีฬาโอลิมปิก2020 “โตเกียวเกมส์” เริ่มแข่งขันอย่างเป็นทางการแล้ว โดยนักกีฬาทีมชาติไทยมีลงแข่งหลายประเภททั้งแบดมินตัน, มวยสากล, เทเบิลเทนนิส, ยูโด, จักรยาน ,ยิงปืน ติดตามชมได้ช่องทางไหนบ้างไปดูกัน

โปรแกรมโอลิมปิก 2020 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2564

ช่วงเช้า 08.00น. – 12.00 น. ถ่ายทอดสดทาง True4U, NBT
ช่วงบ่าย 14.00 น. – 18.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD, NBT

แบดมินตัน รอบแบ่งกลุ่ม เริ่มเวลา 07.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY , True4U

ประเภทหญิงคู่ รอบแบ่งกลุ่ม
08.40 น. จงกลพรรณ กิติธรากุล / รวินดา ประจงใจ พบ คิม โซยอง /คอง ฮียอง (เกาหลีใต้)

ประเภทคู่ผสม รอบแบ่งกลุ่ม
10.00 น. เดชาพล พัววรานุเคราะห์ / ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย พบ ทอม กิคเคล / เดลฟิน เดลรูร์ (ฝรั่งเศส)

ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแบ่งกลุ่ม
17.20 น. รัชนก อินทนนท์ พบ ลอรา ซาโรซี่ (ฮังการี)

ประเภทชายเดี่ยว รอบแบ่งกลุ่ม
18.00 น. กันตภณ หวังเจริญ พบ ไค เชเฟอร์ (ฝรั่งเศส)

ยิงปืน ชิง 2 เหรียญทอง เริ่มเวลา 06.30 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, True4U

07.00 น. ปืนสั้นอัดลม 10 เมตร หญิง รอบคัดเลือก (ธันยพร พฤกษากร, ณภัสวรรณ หย่างไพบูลย์)
07.00 น. ยิงเป้าบิน สกีตหญิง รอบคัดเลือก (สุธิยา จิวเฉลิมมิตร, อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข)
08.00 น. ยิงเป้าบิน สกีตชาย รอบคัดเลือก
09.15 น. ปืนสั้นอัดลม 10 เมตร หญิง รอบชิงชนะเลิศ
11.00 น. ปืนยาวอัดลม 10 เมตร ชาย รอบคัดเลือก
13.30 น. ปืนยาวอัดลม 10 เมตร ชาย รอบชิงชนะเลิศ

ฟันดาบ ชิง 2 เหรียญทอง เริ่มเวลา 07.00 น. >>> ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY
– ประเภทฟอยล์ บุคคลหญิง
– ประเภทเอเป้ บุคคลชาย

วอลเลย์บอลชายหาด รอบแรก เริ่มเวลา 07.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT

เรือพาย เริ่มเวลา 07.00 น. >>> ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY
08.00น. เรือกรรเชียงสองคนชาย พายคู่ รุ่น ไลท์เวท รอบแก้ตัว (ศิวกร วงศ์พิณ / นวมินทร์ ดีน้อย)

แฮนด์บอล รอบแรก เริ่มเวลา 07.00 น.

ยิงธนู ประเภททีมหญิง ชิง 1 เหรียญทอง เริ่มเวลา 07.30 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY

ฮอกกี้ รอบแรก เริ่มเวลา 07.30 น.

เทนนิส รอบแรก

เทควันโด ชิง 2 เหรียญทอง เริ่มเวลา 08.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, True4U / รอบชิง : PPTV, AISPLAY
– รุ่น 57 กก. หญิง
– รุ่น 68 กก. ชาย

ยิมนาสติกสากล เริ่มเวลา 08.00 น.
– หญิง รวมอุปกรณ์ รอบคัดเลือก

บาสเกตบอล 3×3 รอบแรก เริ่มเวลา 08.15 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT

วอลเลย์บอลหญิง รอบแบ่งกลุ่ม เริ่มเวลา 08.00 น.
– ROC พบ อิตาลี
– สหรัฐ พบ อาร์เจนตินา >>> ถ่ายทอดสด NBT, AISPLAY
– เซอร์เบีย พบ โดมินิกัน
– จีน พบ ตุรกี
– ญี่ปุ่น พบ เคนยา
– บราซิล พบ เกาหลีใต้

ซอฟท์บอล รอบแรก >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY
08.00 น. ออสเตรเลีย พบ สหรัฐฯ
12.30 น. แคนาดา พบ ญี่ปุ่น
18.00 น. อิตาลี พบ เม็กซิโก

เทเบิลเทนนิส เริ่มเวลา 08.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT
– ประเภทคู่ผสม รอบก่อนรองชนะเลิศ
– ประเภทหญิงเดี่ยว รอบสอง
14.15 น. อรวรรณ พาระนัง พบ ฮาน่า มาเตโลว่า (สาธรณรัฐเช็ก)
15.00 น. สุธาสินี เสวตรบุตร พบ มาเรีย พัวลิน่า เวก้า (ชิลี)
– ประเภทชายเดี่ยว รอบสอง
– ประเภทคู่ผสม รอบรองชนะเลิศ

โปโลน้ำ รอบแรก เริ่มเวลา 08.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY

บาสเกตบอล รอบแรก

ทีมชาย กลุ่ม เอ
08.00 น. อิหร่าน พบ สาธารณรัฐเช็ก >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT
19.00 น. ฝรั่งเศส พบ สหรัฐอเมริกา

ทีมชาย กลุ่ม บี
11.40 น. เยอรมนี พบ อิตาลี
15.20 น. ออสเตรเลีย พบ ไนจีเรีย

ว่ายน้ำ ชิง 4 เหรียญทอง เริ่มเวลา 08.30 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT รอบชิง: PPTVHD, AISPLAY

– เดี่ยวผสม 400 เมตร ชาย
– เดี่ยวผสม 400 เมตร หญิง
– ฟรีสไตล์ 400 เมตร ชาย
– ผลัดฟรีสไตล์ 4×100 เมตรหญิง

จักรยาน ชิง 1 เหรียญทอง เริ่มเวลา 11.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, True4U, PPTV HD

– ประเภทถนน บุคคลหญิง (จุฑาทิพย์ มณีพันธ์)

ยูโด ชิง 2 เหรียญทอง
รอบ 32คน เริ่มเวลา 09.00 น.
– รุ่น 52 กก. หญิง กชกร วรสีหะ พบ ซูมิยะ อิราอุย (โมร็อกโก)
– รุ่น 66 กก. ชาย

รอบแก้ตัว เริ่ม 15.00 น.

มวยสากล รอบแรก เริ่มเวลา 09.00 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, PPTVHD

รุ่นฟลายเวต 51 กก. หญิง
09.00 น. จุฑามาศ จิตรพงศ์ พบ รูเมซ่า บูอาลัม (แอลจีเรีย)

– รุ่นมิดเดิลเวต หญิง
– รุ่นไลท์เวต ชาย
– รุ่นไลต์ เฮฟวี่เวต ชาย

ยกน้ำหนัก ชิง 2 เหรียญทอง เริ่มเวลา 09.50 น.
– รุ่น 61 กก. ชาย
– รุ่น 67 กก. ชาย

วินเซิร์ฟ เริ่ม 10.05 น. >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY
10.05 น. RS:X ชาย Race 1 ณัฐพงษ์ โพธิ์นพรัตน์
13.05 น. RS:X หญิง Race 1 ศิริพร แก้วดวงงาม

กระโดดน้ำ ชิง 1 เหรียญทอง เริ่มเวลา 13.00 น.
– ประเภทหญิงคู่ สปริงบอร์ด 3 เมตร

สเก็ตบอร์ด ชิง 1 เหรียญทอง เริ่มเวลา 13.00 น.
– ประเภทสตรีท ชาย >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT

ฟุตบอลชายโอลิมปิก 2020 รอบแรก

14.30 น. กลุ่มซี : อียิปต์ – อาร์เจนตินา >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, PPTVHD
15.00 น. กลุ่มเอ : ฝรั่งเศส – แอฟริกาใต้ >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY
15.00 น. กลุ่มบี : นิวซีแลนด์ – ฮอนดูรัส
15.30 น. กลุ่มดี : บราซิล – ไอวอรี่ โคสต์ >>> ถ่ายทอดสด AISPLAY, NBT
17.30 น. กลุ่มซี : ออสเตรเลีย – สเปน
18.00 น. กลุ่มเอ : ญี่ปุ่น – เม็กซิโก
18.00 น. กลุ่มบี : โรมาเนีย – เกาหลีใต้
18.30 น. กลุ่มดี : ซาอุดีอาระเบีย – เยอรมนี

ขี่ม้า ศิลปะบังคับม้า เริ่มเวลา 15.00 น.
– ประเภททีม และบุคคล

“เทนนิส”โดนนำเร่งเตะทำแต้มแซงชนะเหงียนลิ่วตัดญี่ปุ่น

ในรอบ 8 คนสุดท้าย พาณิภัค ดวลกับ ธิ คิม ทูเย็น จากเวียดนาม เจ้าของเหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย สดๆร้อนๆที่เลบานอล เคยเจอกันมา 2 ครั้ง สาวไทย เอาชนะมาได้ทั้ง 2 ครั้ง

 

เปิดมายกแรก ถีบหน้า 3-0 แต่มาพลาดโดน ธิ คิม ทูเย็น หมุนเตะหัว แซงนำ 5-3 แถมชกเข้า ตามด้วยเตะลำตัว นำ 8-3 ช่วงท้ายยก สาวเวียดนามชกได้มาอีก 1 คะแนน นำห่าง 9-3  มายกสอง สาวไทย ยังคงนิ่ง เดินเข้าหา แต่ยังเตะไม่ได้แต้ม ขณะที่ สาวเวียดนาม ล้มถึง 2 ครั้ง โดนตัดแต้ม ก่อนที่  เตะหัวได้ 3 แต้ม ไล่มา  8-9 เตะหัว พอเข้าสู่ยกสุดท้าย เทนนิส เดินไล่ใส่พายุเท้าเข้าหาคู่ต่อสู้ โดยเตะเจ้าเต็มศรีษะเวียดนาม แซงนำนำ 11-9 ตามด้วยถีบลำตัว ต่อด้วย เตะเต็มเข้าเต็มหน้า , เตะลำตัว และถีบ นำห่างถึง 20-9 ช่วงก่อนหมดยก ธิ คิม ทูเย็น เตะลำตัวไล่มา อีก 2 คะแนน ก่อนหมดยก พาณิภัค ชนะ 20-11 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ มิยุ ยามาดะ มือวางอันดับ 4 จากญี่ปุ่น ที่ล้มยักษ์ ซิม แจยอง จากเกาหลีใต้ 16-7 คะแนน