“เกรียนโอ้” ติดโผ 1 ใน 100 นิตยสารไทม์ส ยกย่อง ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

 

 

มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้า เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ชื่อเสียงโด่งดังจนล้นวงการลูกหนังไปแล้ว หลังได้รับการยกย่องจาก “ไทม์ส” นิตยสารชื่อดังให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก

 

“เกรียนโอ้” ติดโผเข้ามาร่วมกับบุคคลทรงอิทธิพลอื่นๆ อาทิ มิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ, บิยอนเซ่ นักร้องสาวชาวอเมริกัน, จัสติน ทิมเบอร์เลค นักร้องและนักแสดงชื่อดัง และ ออง ซาน ซูจี นักการเมืองหญิงชาวพม่า ขณะที่ เลบรอน เจมส์ (บาสเกตบอล) และ หลี่ นา (เทนนิส) ก็เป็นอีก 2 นักกีฬาที่อยู่ในชาร์ตด้วยเช่นกัน

 

จานฟรังโก้ โซล่า อดีตนักเตะทีมชาติอิตาลี ซึ่งปัจจุบันรับงานเป็นผู้จัดการทีม วัตฟอร์ด ในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กล่าวถึง บาโลเตลลี่ กับการได้รับเลือกให้เป็นบุคคลมากอิทธิพลในครั้งนี้ว่า “มาริโอ มีคุณภาพทุกอย่างที่จะเป็นนักเตะชั้นนำได้ เขามีพละกำลังและความเข้าใจในเกมเป็นอย่างดี ทุกอย่างดีมาก”

 

“ผมเคยร่วมงานกับ มาริโอ ช่วงสั้นๆ ในทีมชาติอิตาลีรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี (โซล่า เป็นเฮดโค้ช) ผมชอบเขาจริงๆ ผมชอบวิธีที่เขาจัดการตัวเอง ความนิ่งและความสงบของเขาในทุกด้าน”

 

คุยกันหลังเกมส์ “ฟุตบอลพรีเมียร์ช่วงใกล้จบฤดูกาล 2017-2018”

ฟุตบอลลีกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้งบอลสโมสรยุโรป และฟุตบอลลีกเข้มข้นจนมีเรื่องให้พูดถึงกันเยอะแยะมากมาย  หลังจากเสร็จจากศึกยุโรปไป  ก็ได้กลับมาเตะฟุตบอลลีกพรีเมียร์ลีกมันส์ระเบิด  ทั้งกลุ่มลุ้นพื้นที่สโมสรยุโรปและกลุ่มดิ้นรนหนีการตกชั้น จากการเตะฟุตบอลลีกพรีเมียร์

แต่ใครจะไปคิดว่าเชลซีจะได้กลับมามีโอกาสไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้  หลังได้เชือดคอหงส์แดง 1-0 ในเกม  แล้วเหลือโปรแกรมอีก 2 เกมส่งท้าย หากทีมเชลซีชนะรวดก็ไม่แน่   แต่เมื่อสิทธิ์นั้นยังอยู่ในมือของ  หงส์แดง  กับ  ไกเดือยทอง  แต่ถ้า  ลิเวอร์พูล  ไม่พลาดในเกมที่เหลือเช่นเดียวกันกับสเปอร์สก็จะทำให้  เชลซี  หมดโอกาสไปด้วยเช่นกัน

คงต้องติดตามดูกันไปทีละช็อตว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือไม่  ?  โดย  2  สนาม  ในคืนพรุ่งนี้  สเปอร์ส – นิวคาสเซิ่ล  และ  เชลซี  –  ฮัดเดอร์สฟิลด์  จบเกมส์แล้วค่อยมาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร ?   แต่ถ้าชนะทั้ง  ( สมมุตินะ )  คะแนนจะเป็น  สเปอร์ส 74  ลิเวอร์พูล 72  และ  ชนะ เชลซี 72  เข้าสู่เกมส์นัดปิดฤดูกาล  แต่ตอนนี้ประตูได้ – เสีย  สเปอร์ส บวก 36  ลิเวอร์พูล 43  เชลซี 27  ซึ่งตรงนี้เองสิงห์บลูส์เสียเปรียบ  2  เด้ง

ส่วนโปรแกรมนัดปิดฤดูกาล  สเปอร์ส – เลสเตอร์,ลิเวอร์พูล – ไบทร์ตัน  และ  เซาธ์แฮมป์ตัน – เชลซี  ซึ่งสิงห์บูลส์ก็เจอเกมส์ที่ยากกว่าชาวบ้านเค้าอีก แต่ก้อยังลุ้นแบบเหนื่อย

มาลองดูกันว่า  ดราม่าอันดับ  3-4  พรีเมียร์ลีก  ว่าใครจะคว้า  2  สิทธิ์นี้ไป  แชมป์เปี้ยนส์ ลีก  ฤดูกาลหน้า  ส่วนผู้ที่อยู่อันดับที่  5  ก็ต้องไปแค่  ยูโรปา ลีก  อีกตามเคย

ส่วน  “ รองแชมป์ ” พรีเมียร์ ลีก  แมนฯ  ยูฯ  แบเบอร์ !!!   แต่ในขณะที่  แมนฯ ซิตี้  ได้ฉลองแชมป์ไปแล้ว แต่ก็ยังคงตามล่าทุบสถิติอีกหลายอย่าง  ทั้งชนะมากสุด  ยิงประตูเยอะสุด  ทำแต้มแต้มมากที่สุดในประวัติศาสตร์  กับประตูได้ – เสียมากที่สุด  แล้วได้ทิ้งอันดับ  2  ด้วยช่องว่างคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เชื่อเหลือเกินว่าสถิติทุกอย่างจะโดนทำลายในคืนวันพรุ่งนี้ที่  แมนฯ  ซิตี้  จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ  ไบทร์ตัน  เมื่อวิญญาณเพชฌฆาตกลับมารับรองว่าจะทำสถิติกระจายอย่างแน่นอน

แต่เมื่อวานอาทิตย์ได้รับถ้วยรางวัลไปฉลองแชมป์กันแล้ว  เป็นภาพชื่นมื่นสมความยิ่งใหญ่ของ ซิตี้  กับ  เป๊ป  จริงๆแล้วปีหน้าได้กลับมาเพื่อไล่ล่าความสำเร็จกันต่อไป